หลี่ฉาเกอกล่าวว่า “ดี เช่นนั้นก็จัดการตามที่ท่านอาจารย์ว่า คืนนี้จัดให้ทูตซ่งมาพบข้าที่นี่”
ยามค่ำ ซุนฝู่เตรียมตัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเดินทางมาถึงจวนอ๋องจิ้น
หลี่ฉาเกอเป็นขุนนางใหญ่ผู้กุมอำนาจทหารและการปกครองของซีเซี่ยไว้ในมือ อีกทั้งยังมีขุนพลกล้าอยู่ใต้บังคับบัญชามากมาย
เมื่อเดินเข้าไปตามทาง ก็เห็นทหารซีเซี่ยถือทวนยาว สีหน้าเย็นชา
สายตาที่พวกเขามองซุนฝู่เต็มไปด้วยความเป็นอริ
แท้จริงแล้วซีเซี่ยในช่วงปลายราชวงศ์ซ่งเหนือนั้นตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ ถูกฉงซือเต้าเหยียบย่ำจนแทบตั้งตัวไม่ติด แล้วยังถูกเสอเข่อซื่อทุบตีเสียยับเยิน
สมัยนั้นเสอเข่อซื่อเล่นงานซีเซี่ยหนักหนาเพียงใดหรือ?
หมอนั่นปลอมตัวเป็นนายทหารซีเซี่ย หลอกเรียกคนออกมาจนหมด แล้วก็ลงมือสังหารหมู่!
พระพันปีแห่งซีเซี่ยนำกำลังหนึ่งแสนนายมาคิดบัญชี แต่หมอนั่นกลับใช้ทหารซ่งเพียงแปดพันนาย ตีกองทัพซีเซี่ยหนึ่งแสนนายจนแตกพ่ายไม่เป็นกระบวน
แม้ราชสำนักต้าซ่งจะให้คนไร้ความสามารถอย่างถงก่วนมาควบคุมกองทัพตะวันตก กองทัพซ่งก็ยังตีข้าศึกจนร้องไห้คร่ำครวญ
ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้ยังเกี่ยวพันกับฟ่านจ้งเยียนและหานฉีด้วย
ครั้งที่ฟ่านจ้งเยียนกับหานฉีดูแลกิจการทางตะวันตกเฉียงเหนือ พวกเขาเสนอแผนยุทธศาสตร์ค่อย ๆ รุกคืบทีละขั้น
ยุทธศาสตร์ค่อย ๆ รุกคืบคืออะไร?
ก็คือรบไปพลาง สร้างค่ายทหารรุกหน้าไปพลาง สร้างค่ายทหารของต้าซ่งให้ทั่วทิศตะวันตกเฉียงเหนือ แล้วดินแดนแถบนั้นจะไม่ตกเป็นของเราได้อย่างไร?
นี่เป็นยุทธศาสตร์ที่สิ้นเปลืองเงินทอง แต่เห็นผลทันตา
กองทัพตะวันตกยึดมั่นในยุทธศาสตร์นี้มาโดยตลอด จนถึงปลายราชวงศ์ซ่งเหนือ ก็สร้างป้อมค่ายแทบจะจ่อถึงถิ่นเดิมของซีเซี่ยแล้ว
