จ้าวติ่งกล่าวเช่นนี้ ทำให้อวี๋ยุ่นเหวินรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง เขาจึงถามตรงๆ ว่า “ท่านอัครเสนาบดีจ้าวกล่าวเช่นนี้ด้วยเหตุใด บัดนี้ซีเซี่ยล่มสลาย ภัยทางตะวันตกเฉียงเหนือคลี่คลายลงในที่สุด แต่ละปีราชสำนักประหยัดค่าใช้จ่ายทางทหารได้หลายล้านก้วน เหอเป่ยมีแม่ทัพเยว่คอยบัญชาการ ทำให้ชาวจินไม่กล้ารุกลงใต้ ส่วนสนามรบเหลียวตงปีนี้ก็ได้รับชัยชนะครั้งใหญ่”
คำกล่าวของอวี๋ยุ่นเหวินที่ว่าซีเซี่ยล่มสลายแล้ว และราชสำนักต้าซ่งประหยัดค่าใช้จ่ายทางทหารได้หลายล้านก้วน ล้วนเป็นความจริง
การดำรงอยู่ของซีเซี่ยบีบให้ราชสำนักต้าซ่งจำต้องวางกำลังทหารหลายแสนนายไว้ในเขตส่านซี พื้นที่เหล่านั้นไม่เป็นเนินสูงคล้ายที่ราบดินเหลือง ก็เป็นภูเขา
ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อป้องกันซีเซี่ย ต้าซ่งยังจำต้องสร้างค่ายป้อมทางทหารขึ้นอย่างหนาแน่น
เมื่อครานี้ได้กู้ซีเซี่ยคืนมาแล้ว ต่อไปกองกำลังหลักตามชายแดนย่อมสามารถตั้งอยู่แถบซิงชิ่งฝู่ เชื่อมต่อกับเว่ยโจวทางทิศใต้ได้โดยตรง
ด้วยสภาพภูมิประเทศอันพิเศษของที่นั่น จึงไม่จำเป็นต้องสร้างค่ายป้อมหนาแน่นเช่นเดิมอีก
จ้าวติ่งกล่าวว่า “ภัยของต้าซ่งอยู่ที่แคว้นจิน อยู่ที่ซีเซี่ย แต่ก็อยู่ภายในต้าซ่งเองด้วย”
“ข้าน้อยโง่เขลา”
“หลิวเฟิงเดิมเป็นจื่อฮุยสื่อคนหนึ่งใต้สังกัดหลิวฉี บิดาของเขาเล่นการพนันจนกู้หนี้นอกระบบมา ครั้นถึงกำหนดชำระก็ยังไม่มีเงินจ่าย จึงถูกฆ่าล้างครอบครัว ผู้ปล่อยกู้เป็นสมาคมที่เรียกว่าสมาคมเสื้อเขียว ทำหน้าที่ปล่อยเงินกู้แก่ชาวบ้าน แล้วเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงลิ่ว”
“สมาคมเช่นนี้ผิดกฎหมาย” อวี๋ยุ่นเหวินกล่าว “ราชสำนักควรห้ามปรามอย่างเด็ดขาด”
