วันที่ 18 เดือนแปด จูชางชิง หลางจงกงปู้ ถูกควบคุมตัวส่งไปยังศาลต้าหลี่ การไต่สวนเบื้องต้นดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนผู้คนตะลึงงัน
ได้ยินว่าช่วงเช้าเพิ่งถูกพาตัวไปเดินชมคุกของศาลต้าหลี่รอบหนึ่ง พอตกบ่ายก็ถูกส่งมอบให้สิงปู้แล้ว
ครั้นถึงยามเย็น คดีก็ได้ข้อยุติขั้นสุดท้าย
ในช่วงหลายวันถัดมา ขุนนางทุกคนที่ยื่นหนังสือลาออกต่างถูกตรวจสอบทีละราย
ระบบตรวจสอบบัญชีเริ่มต้นขึ้นด้วยฉากเปิดที่ชวนให้ตะลึงเช่นนี้
มันแผ่ปกคลุมราชสำนักประหนึ่งเหล็กกล้า ราวกับกำลังประกาศให้ผู้คนทั่วหล้ารู้ถึงปณิธานของราชสำนักในการวางระเบียบขุนนางให้เป็นระบบ
ยามเย็นวันที่ 25 เดือนแปด เกาชิวรีบร้อนเข้าไปยังตำหนักเหวินเต๋อเพื่อถวายรายงานฉบับหนึ่ง
รายงานฉบับนี้สรุปกระบวนการจัดการคดีขอลาออกของสำนักตรวจสอบบัญชี ศาลต้าหลี่ และสิงปู้ในช่วงที่ผ่านมา
ในเวลาเพียง 8 วัน มีขุนนางถูกตรวจสอบไปกว่า 80 คน
ในจำนวนนั้น มีเพียง 13 คนที่ผ่านการตรวจสอบ
จ้าวหนิงอ่านรายชื่อทั้ง 13 คนอีกครั้ง ก็พบว่าใช่ว่าทุกคนจะบริสุทธิ์ อย่างน้อยจากถ้อยคำระหว่างบรรทัดก็พออนุมานได้ว่ามีปัญหา
ทว่าคนทั้ง 13 คนล้วนมีจุดร่วมอย่างหนึ่ง คือที่ผ่านมาเคยสร้างผลงานทางการปกครองไว้ไม่น้อย
จ้าวหนิงเข้าใจได้ทันทีว่าคนทั้ง 13 นี้คือผู้ที่จ้าวติ่งต้องการปกป้อง
อำนาจปลดขุนนางอยู่ในมืออัครมหาเสนาบดี โดยทั่วไปจ้าวกวนเจียไม่เข้าไปก้าวก่าย แต่หากต้องการแทรกแซงก็ทำได้ทุกเมื่อ
จ้าวหนิงไม่ได้คิดจะเข้าไปก้าวก่าย
เขาเห็นว่าการที่จ้าวติ่งทำเช่นนี้ก็มีเหตุผลของตน
การสะสางย่อมต้องมีขอบเขต ทุกอย่างต้องตั้งอยู่บนความเป็นจริง ราชสำนักกำลังต้องการคน จึงต้องกำจัดผู้ฉ้อฉลให้หมดไป พร้อมกับยึดหลักเลือกใช้คนตามความสามารถ
