ยามเยว่เฟยเคลื่อนทัพ หลิวหลินยังคงโจมตีเหิงสุ่ยอยู่
เหิงสุ่ยเป็นเมืองเอกของจี้โจว ในปีจิ้งคังที่ 2 หลังเยว่เฟยยึดเมืองนี้มาจากหยางจิ้น จงเจ๋อก็ส่งคนมาสร้างแนวป้องกันไว้มากมาย
การที่เหิงสุ่ยถูกตีแตก แสดงว่ากองทัพแคว้นฉีหุ่นเชิดของหลิวหลินมิใช่มีแต่พวกไร้ระเบียบ ความสามารถในการรบของพวกเขามิอาจดูแคลนได้
อีกทั้งแคว้นฉีหุ่นเชิดยังออกกฎหมายเกณฑ์แรงงานอย่างเข้มงวดในหัวเมืองและอำเภอที่ตนปกครอง ครัวเรือนสามัญทุกครัวเรือนต้องเข้ารับราชการทหาร สามารถใช้เงินและเสบียงชดเชยได้
หลิวหลินวางกำลังทหารไว้ทั่วเมืองเซินโจว แล้วสั่งให้หัวหน้ากองเกณฑ์ทหารพาคนไปรีดไถในห้าอำเภอ ได้แก่ อำเภอจิ้งอัน อำเภอซู่ลู่ อำเภอเหราหยาง อำเภออันผิง และอำเภออู่เฉียง
นับแต่เดือน 2 บริเวณจี้โจวและเมืองเซินโจวก็มีให้เห็นอยู่ทุกแห่ง ทั้งหน่วยลาดตระเวนม้าที่ควบผ่านไปอย่างเร่งร้อน และหัวหน้ากองเกณฑ์ทหารที่ตวาดเสียงดัง
ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยถูกเกณฑ์อย่างป่าเถื่อน ผู้ใดไม่ยอมก็ถูกจับไปทุบตีจนตายต่อหน้าผู้คน
ครอบครัวที่ไม่มีเงินจ่ายจำต้องส่งคนเข้ากองทัพ ผู้ใดกล้าหนีก็ถูกฆ่าล้างทั้งครอบครัว กระทั่งคนในหมู่บ้านยังพลอยถูกลงโทษ
ผู้คนนับไม่ถ้วนต้องเร่ร่อนอยู่กลางทุ่งร้าง พื้นที่เมืองเซินโจวและจี้โจวซึ่งเดิมทีชีวิตความเป็นอยู่ก็ยากลำบากอยู่แล้ว ยิ่งตกอยู่ในสภาพน่าเวทนา
กองทัพแคว้นฉีหุ่นเชิดกวาดผ่านไปประหนึ่งฝูงตั๊กแตน ทิ้งไว้เพียงความเจ็บปวดและหายนะแก่เมืองเซินโจว
หลังเหิงสุ่ยถูกตีแตก ขวัญกำลังใจของหลิวหลินก็ฮึกเหิมขึ้น เขาแบ่งกองทัพออกเป็นสามระลอกทันที
สวี่ชิงเฉิน ปิงหม่าจ่งก่วนแคว้นฉีหุ่นเชิด กลับคัดค้านข้อเสนอนี้ เขากล่าวว่า “องค์ชาย เยว่เฟยผู้นั้นอยู่ที่ฝู่เฉิง ซึ่งมิได้ห่างจากพวกเรานัก ต้องระวังคนผู้นี้ไว้ บัดนี้วิธีที่เหมาะสมที่สุดคือรวมกองทัพไว้ด้วยกัน แล้วใช้กำลังทั้งหมดโจมตี!”
