“กองซ้ายและกองขวาของกองเผิงรื่อบรรจุกำลังพลครบแล้ว แต่ละกองมี 7,500 นาย รวมกำลังพลทั้งสิ้น 15,000 นาย”
ภายในตำหนักเหวินเต๋อ จางซูเย่รายงานตามความจริง
“กองเทียนอู่และกองหลงเว่ยก็บรรจุกำลังพลครบแล้วเช่นกัน แต่ละกองมี 15,000 นาย ส่วนกองเสินเว่ยยังขาดอีก 5,000 นาย กำลังเปิดรับสมัครอยู่พ่ะย่ะค่ะ”
นี่คือกำลังพลของกองทัพหลวงทั้งสี่ของโอรสสวรรค์
“หัวหน้ากองร้อยที่รับสินบนแล้วไปทำงานก่อสร้างจวนใหม่ของจ้าวเหย่คราวก่อน สำนักตรวจการทหารพิพากษาเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อวานถูกประหารประจานศพ และส่งศีรษะไปให้กองทัพทั้งสามดูเป็นเยี่ยงอย่างพ่ะย่ะค่ะ”
ตามระบบจัดกำลังทหารของต้าซ่ง แบ่งเป็นกองร้อย กองบัญชาการ กองทัพ กองพล และหมายเลขประจำกองทัพ
กองร้อยหนึ่งมี 100 นาย ห้ากองร้อยรวมเป็นหนึ่งกองบัญชาการ ซึ่งมีขนาดเทียบเท่ากองพัน เรียกอีกอย่างว่ากองพันบัญชาการ
ห้ากองบัญชาการรวมเป็นหนึ่งกองทัพ ในที่นี้หมายถึงกองทัพขนาดเล็ก เทียบได้กับกรมหนึ่ง มีจำนวนพล 2,500 นาย
เหนือกองทัพขนาดเล็กขึ้นไปคือกองพล กองพลแบ่งเป็นซ้ายและขวา สิบกองทัพขนาดเล็กรวมเป็นหนึ่งกองพล กองพลซ้ายและขวามีกำลังรวมกัน 50,000 นาย
นี่คือระบบจัดกำลังตามปกติ
ในอดีต กองทัพหลวงทั้งสี่ของโอรสสวรรค์มีอัตรากำลังถึง 200,000 นาย ทว่ากำลังพลจริงมีเพียง 40,000 นายเท่านั้น จำนวนที่ขาดไปนั้นมากมายยิ่ง
ภารกิจสำคัญอันดับแรกในการจัดระเบียบทหารองครักษ์ส่วนกลางขึ้นใหม่คราวนี้ คือจัดการกำลังพลที่ขาดหายและปรับระบบกำลังพลให้เป็นระเบียบ
เห็นได้ชัดว่าจ้าวหนิงไม่ได้คิดจะจัดกองพลหนึ่งให้มีกำลังพลถึง 25,000 นายตามระบบเดิม
เพราะเหตุใด?
เพราะขณะนี้ขุนพลกองทัพซ่งที่สามารถบัญชาการทหารจำนวนมากได้มีไม่กี่คน
จุดอ่อนที่สุดของกองทัพซ่งคือ เมื่อเผชิญศึกใหญ่ การบัญชาการมักล้มเหลว
