เสียงแตรระดมพลของกองทัพจินดังขึ้น
เหล่าทหารเริ่มสวมเกราะ
“เร็วเข้า! รวมพล!”
“รีบรวมพล! เจ้าพวกหมูโง่! ศัตรูบุกมาแล้ว! พวกเจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไร! เจ้าพวกหมูโง่!”
นายทหารตะโกนจนแทบเสียงแหบ
ทหารกองทัพจินเคลื่อนไหวรวดเร็วอย่างยิ่ง คนที่สวมเกราะเสร็จแล้วต่างวิ่งไปยังแนวรบที่กำหนด
แนวทหารราบของกองทัพจินก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เสียงกีบม้าเหล็กดังกึกก้องมาจากเบื้องหน้า แยกไม่ออกว่าเป็นกองทัพซ่งหรือกองทัพจิน
ทว่าฝุ่นควันตลบอบอวล เสียงโห่ร้องสังหารก็โถมเข้ามาดุจคลื่น
กองม้ากว่ายจื่อกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าพุ่งเข้าโจมตีกองทัพซ่งที่บุกเข้ามาอย่างเร่งร้อน พวกเขากำลังถ่วงเวลาให้ทหารราบตั้งขบวน
แต่เห็นได้ชัดว่ากองทัพซ่งไม่คิดจะให้เวลาพวกเขา
กองม้ากว่ายจื่อที่กรูกันเข้ามาระดมยิงธนูรบกวนกองทัพซ่งก่อน ชั่วขณะนั้นลูกธนูโปรยลงมาราวห่าฝน ม้าศึกของทหารม้าซ่งหลายตัวถูกยิง บรรดาตัวที่บาดเจ็บสาหัสต่างล้มลงกับพื้น
ทหารม้าด้านหลังเร่งเข้ามาเสริม มือถือทวนยาว ฝ่าห่าธนูของชาวจินอย่างไม่หวั่นเกรง แล้วพุ่งไปข้างหน้าโดยไม่คิดถอย
โดยเฉพาะเยว่อวิ๋น เขานำหน้าอยู่เพียงลำพัง มือถือทวนคู่ พุ่งทะยานอยู่แนวหน้า ทำให้ขวัญกำลังใจของกองทัพซ่งฮึกเหิมขึ้นอย่างมาก
กองม้ากว่ายจื่อเองก็ไม่ยอมเป็นรอง
ทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกันระยะประชิดในทันที
เมื่อพิจารณาจากการต่อสู้ของทหารม้า ในช่วงเวลาอันสั้น ทั้งสองฝ่ายมีฝีมือสูสีกัน ยังไม่มีฝ่ายใดแพ้ชนะในทันที
แต่เมื่อมองภาพรวม หวังป๋อหลงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างยิ่ง เพราะกำลังพลสองหมื่นนายของเขากระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ ไม่เพียงในอำเภอกู้หยาง แต่ยังอยู่ในอำเภออู่หยวนและทุ่งเลี้ยงสัตว์จิ่วหยวนด้วย
