ข่าวก่อการจลาจลในกองทัพเป็นข่าวที่สำนักองครักษ์หลวงส่งมา
การรับสมัครทหารใหม่อยู่ในความรับผิดชอบของกองกำลังพลใต้สำนักกิจการทหารและการปกครอง
แต่ก่อน การรับสมัครทหารอยู่ในความรับผิดชอบของ 12 หน่วยงานใต้ซูมี่ย่วน
อย่างเช่น กองทัพรักษาพระองค์ในเส้นทางจิงจี ก็อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักในเมืองหลวง แม้แต่ปันจื๋อประจำสำนักองครักษ์หลวงก็ยังอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักในเมืองหลวง
อำนาจเหล่านี้ล้วนอยู่ใต้ซูมี่ย่วน
ทว่าซูมี่ย่วนในช่วงปลายราชวงศ์ซ่งเหนือ หลังจากถูกเหล่าขุนนางกังฉินในรัชสมัยซ่งฮุยจงผลัดกันเชิดหุ่นไปมา ก็แทบกลายเป็นแหล่งซ่องสุมของขุนนางฉ้อฉล
จ้าวหนิงจึงจัดตั้งสำนักกิจการทหารและการปกครองขึ้น เป็นหน่วยงานแห่งใหม่
แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่า แม้แต่ทหารใหม่ที่สำนักกิจการทหารและการปกครองรับสมัครมา ก็ยังก่อการจลาจลในเวลาอันสั้นเช่นนี้!
การก่อการจลาจลในกองทัพถือเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างยิ่ง
ราชวงศ์ต้าซ่งระแวดระวังเหล่าทหารจนแทบจะบิดเบี้ยว กองทหารรักษาพระองค์เพิ่งคว้าชัยชนะกลับมาได้อย่างยากลำบาก ชื่อเสียงจึงดีขึ้นบ้าง ยามนี้กลับเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น มิใช่หาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวหรอกหรือ?
เกาชิวเป็นผู้มารายงานเรื่องนี้ด้วยตนเอง เขาย่อมไม่กล้าแต่งเรื่องขึ้นมาลอย ๆ
จ้าวหนิงถามว่า “เรื่องนี้เป็นมาอย่างไร?”
“ได้ยินว่าทหารกองทหารรักษาพระองค์ที่เพิ่งรับสมัครมา ทำร้ายผู้ดูแลจวนของท่านจ้าวเหย่ จ้าวเซี่ยงกง เหมินเซี่ยซื่อหลาง จนขาหักพ่ะย่ะค่ะ”
“ตอนนี้กองทหารรักษาพระองค์อยู่ในความดูแลของกองกำลังพลแห่งสำนักกิจการทหารและการปกครองมิใช่หรือ เหตุใดจึงไปเกี่ยวข้องกับจวนเหมินเซี่ยซื่อหลางได้?” จ้าวหนิงยิ่งฉงน เขาคิดว่าเรื่องนี้อาจมีเบื้องลึกเบื้องหลัง จึงไม่ควรรีบร้อนดับไฟ ต้องสืบให้กระจ่างเสียก่อน
