หลี่เฉียนซุ่นและหลี่ฉาเกอสบตากัน ต่างเห็นความประหลาดใจและสงสัยในแววตาของอีกฝ่าย
“ผู้ใดกลับมา?”
หลี่เฉียนซุ่นนึกว่าตนฟังผิด จึงถามย้ำอีกครั้ง
คนด้านนอกกล่าวว่า “แม่ทัพหลี่เหลียงฝู่กลับมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เหตุใดหลี่เหลียงฝู่จึงกลับมาเร็วถึงเพียงนี้?
หรือว่าศึกที่เส้นทางซีเหอจบลงแล้ว?
ถึงจะจบแล้ว แม่ทัพใหญ่ก็ไม่มีทางกลับมาเร็วเพียงนี้!
หลี่เฉียนซุ่นกับหลี่ฉาเกอออกไปด้านนอก
หลี่เฉียนซุ่นสั่งให้เรียกหลี่เหลียงฝู่เข้ามา
ทันทีที่หลี่เหลียงฝู่เข้ามา สีหน้าของหลี่เฉียนซุ่นก็มืดครึ้ม ประหนึ่งสวมหน้ากากอันน่าสะพรึง
หลี่เหลียงฝู่ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าเต็มไปด้วยความอิดโรย ต่อให้เป็นหมูก็ยังดูออกว่าเขาพ่ายศึกหนีกลับมา
หลี่เหลียงฝู่คุกเข่าลงกับพื้นทันที แล้วร่ำไห้เสียงดัง
คราก่อนที่ถูกส่งไปช่วยแคว้นเหลียวต้านทานแคว้นจิน กองทัพสามหมื่นนายถูกกองทัพจินบดขยี้จนยับเยิน เขาหนีกลับมาและคุกเข่าอยู่ตรงนี้เช่นกัน
ไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย แม้แต่ท่าคุกเข่าก็ยังเหมือนเดิม
กระทั่งระดับเสียงร้องไห้ก็ยังเท่ากัน ไม่ต้องพูดถึงสีหน้าเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านั้น
“ฝ่าบาท! ฝ่าบาท!”
หลี่เฉียนซุ่นสีหน้ามืดครึ้ม ลดเสียงถามว่า “เกิดเรื่องอันใดขึ้น เหตุใดเจ้าจึงกลับมา?”
“พวกเรา… กระหม่อม… กระหม่อมมีความผิด! อุยหมิงเย่ลี่หลงเชื่อกองทัพซ่ง จึงนำทัพของเราเข้าไปติดกับดักของกองทัพซ่ง จนกองทัพของเราถูกกวาดล้างสิ้นพ่ะย่ะค่ะ!”
กล่าวจบ หลี่เหลียงฝู่ก็ร้องไห้คร่ำครวญเสียงดังอีกครั้ง
การโยนความผิดให้คนที่ไม่อยู่ตรงนั้นนั้นใช้ได้ผล ไม่เพียงในต้าซ่งเท่านั้น ซีเซี่ยก็เช่นกัน
