จนถึงบัดนี้ สถานการณ์อาจกล่าวได้ว่าจ้าวหนิงจัดการจนเข้าที่เข้าทางแล้ว
ฝ่ายที่คิดยอมจำนนถอยร่นไปชั่วคราว ขวัญกำลังใจของกองทัพรักษาพระองค์ก็ฟื้นคืนมาแล้ว ทั้งยังจัดวางผู้รับผิดชอบระบบป้องกันเมืองเรียบร้อย
การดำเนินการทั้งหลายนี้ทำให้ชาวบ้านรับรู้ท่าทีของราชสำนัก
บรรยากาศในหมู่ชาวบ้านเองก็กำลังคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ
ส่วนที่เหลือเล่า?
ส่วนที่เหลือก็คือการจุดชนวนให้ทั่วทั้งเมืองลุกฮือ!
จะจุดชนวนทั่วทั้งเมืองได้อย่างไร?
ยามใกล้ค่ำ ในที่สุดฉินฮุ่ยก็มาถึง
“ฝ่าบาท หนังสือพิมพ์ตงจิงที่ทรงรับสั่งให้กระหม่อมจัดการ บัดนี้เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ดี พรุ่งนี้เช้าตรู่ หนังสือพิมพ์ฉบับแรกต้องขายให้ได้ทั่วทั้งเมือง หน้าแรกของหนังสือพิมพ์ตงจิงจะลงบทความของเรา”
ฉินฮุ่ยประหลาดใจอยู่บ้าง “ฝ่าบาทจะทรงเขียนด้วยพระองค์เองหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“เราเขียนเสร็จแล้ว”
จ้าวหนิงหยิบต้นฉบับขึ้นมาแล้วยื่นให้ฉินฮุ่ย
“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะตีพิมพ์ตามต้นฉบับทุกประการ”
จ้าวหนิงยังยืนยันรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับหนังสือพิมพ์กับฉินฮุ่ย เช่น เด็กขายหนังสือพิมพ์จะนำไปขายอย่างไร ต้องตะโกนคำใดบ้าง ทั้งคู่ตรวจสอบกันจนแน่ใจทุกข้อ
หลังฉินฮุ่ยจากไป เขาก็เริ่มอ่านดูว่าฮ่องเต้ทรงเขียนสิ่งใดไว้บ้าง
อ่านไปได้ไม่นาน เขาก็ตกตะลึงอย่างยิ่ง
เช้าตรู่วันถัดมา ทันทีที่ฟ้าสาง จ้าวหนิงก็สวมชุดสามัญ ลอบออกจากวังไป
บนถนนมีเสียงใส ๆ ของเด็กดังขึ้นหลายเสียง
เป็นเด็กอายุราวสิบขวบกว่า ในมือถือกระดาษคนละปึก ตะโกนเสียงดังว่า “ข่าวด่วน! ข่าวด่วน! แผนรับมือศัตรูของจ้าวกวนเจีย! แผนรับมือศัตรูของจ้าวกวนเจีย! มาดูเร็วเข้า มาดูกัน!”
“นี่เจ้าหนู นั่นคือสิ่งใด?”
“นี่คือหนังสือพิมพ์ หนังสือพิมพ์ตงจิง ข้างในลงบทความของจ้าวกวนเจียไว้ขอรับ”
“ฝ่าบาทหรือ? เจ้าหนู เจ้าเข้าใจผิดหรือไม่ ฝ่าบาททรงเขียนด้วยพระองค์เองหรือ?”
หลายคนพากันเข้ามาล้อมวง
“ขอรับ!”
