กองทัพซ่งที่อยู่แนวหลังเริ่มใช้ปืนใหญ่เช่นกัน ทว่าจากตำแหน่งนี้ไม่อาจใช้กระสุนลูกเหล็กได้ จึงทำได้เพียงใช้กระสุนตัน
ทั้งสองฝ่ายเริ่มยิงปืนใหญ่ตอบโต้กันกลางดึกเช่นนี้
กองทัพซ่งนอกค่ายต้องทั้งถมหลุมดักม้า ทั้งรับมือกับการโจมตีระยะไกลของกองทัพจิน จึงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด
ผู้คนถูกยิงเข้าที่มือ ใบหน้า และบริเวณอื่นซึ่งไม่อาจป้องกันได้อย่างต่อเนื่อง ปืนใหญ่ของชาวจินก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยิง
ทหารแถวหน้าล้มลง ทหารแถวหลังก็รีบหยิบพลั่วเข้าไปถมหลุมต่อทันที
กองพันช่างสูญเสียกำลังพลอย่างหนัก กองทัพประจำการแนวหน้าจึงเข้ามาเสริมอย่างรวดเร็ว
ทั้งห่าธนูและปืนใหญ่เหล็กต่างไม่อาจหยุดยั้งกองทัพเสินอู่ที่รุกคืบไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วได้
นี่กล่าวได้ว่าเป็นจุดที่ชาวจินหวาดกลัวเยว่เฟยที่สุด
ในหมู่กองทัพม้าของกองทัพจิน มีคำกล่าวที่เล่าขานกันมาเสมอว่า ‘หากสู้รบไม่ถึงร้อยยก จะเรียกว่าทหารม้าได้อย่างไร!’
ความหมายตรงตัวก็คือ หากในสงครามครั้งหนึ่ง ทหารม้าไม่อาจบุกตะลุยได้ถึงร้อยยก ก็อย่าได้คิดอยู่ในกองทหารม้าอีกต่อไป เพราะจะถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะ
นี่มิใช่เรื่องล้อเล่น และยิ่งมิใช่การคุยโวโอ้อวดของกองทัพจิน
ยามกองทัพจินทำศึกกับกองทัพเหลียว มักใช้กำลังพลเพียงหลายพันเอาชนะคนหลายหมื่นได้ หากกองทัพจินมีกำลังพลถึงหมื่น ก็สามารถเอาชนะกองทัพเหลียวสองแสนได้
ทหารม้าของกองทัพเหลียวอย่างมากก็พุ่งเข้าปะทะได้เพียงไม่กี่ครั้ง ยากจะทำได้ถึงสิบครั้ง
ทว่ากองม้ากว่ายจื่อกลับแสดงพลังการรบออกมาได้แตกต่างโดยสิ้นเชิง พวกเขาประหนึ่งมนุษย์เหล็กที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
