“มีความเป็นไปได้สูงพ่ะย่ะค่ะ” เกาชิวกล่าว “สายลับสืบความมาจากจวนไช่พ่ะย่ะค่ะ”
เกาชิวใช้ถ้อยคำอย่างรอบคอบมาแต่ไหนแต่ไร เขาเลือกกล่าวว่า “มีความเป็นไปได้สูง” มิใช่ “แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์”
“อ้อ ดูท่ารัชทายาทจะใฝ่เรียนและช่างซักถาม” จ้าวหนิงเก็บงำอารมณ์ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ท่าทีของจ้าวกวนเจียทำให้เกาชิวรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
รัชทายาทเพิ่งเข้าร่วมว่าราชการ ทว่ากลับลอบไปจวนขุนนางผู้บริหารราชการในยามเย็น เรื่องนี้อ่อนไหวยิ่งนัก
แต่จ้าวกวนเจียกลับวางท่าราวกับไม่ใส่ใจ ราวกับเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ทำให้เกาชิวคาดเดาความคิดของจ้าวกวนเจียไม่ออก
การที่รัชทายาทเข้าร่วมว่าราชการก่อให้เกิดความปั่นป่วนไปทั่วราชสำนัก
ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ยังคลุมเครือเช่นนี้ ผู้คนมากมายต่างเริ่มจับตาดูความเคลื่อนไหว
การที่จ้าวกวนเจียทรงโปรดปรานรัชทายาทถึงขั้นให้เด็กหนุ่มวัยเพียงสิบสี่ปีเข้าร่วมว่าราชการ ย่อมทำให้ผู้คนไม่น้อยอดใจไม่ไหว อยากผูกสัมพันธ์กับรัชทายาท
อย่างไรเสีย นี่ก็คือการวางเดิมพันกับอนาคต
ทว่าเกาชิวอาจมิได้คิดเช่นนั้น
เพราะเกาชิวติดสินบนขันทีในตำหนักบูรพาของรัชทายาทตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อสืบข่าวของรัชทายาทจากหลายทาง
สุดท้ายเกาชิวก็ได้ข้อสรุปว่า รัชทายาทไม่ชอบตน
รัชทายาทจ้าวเฉินอ่านหนังสืออยู่ในตำหนักบูรพา และเคยกล่าวหลายครั้งว่าเกาชิวเป็นขุนนางชั่วที่ประจบสอพลอผู้เป็นนาย
นี่คือเหตุผลที่วันนี้เกาชิวกระตือรือร้นมารายงานเรื่องราว
เกาชิวกล่าวต่อว่า “ฝ่าบาท รัชทายาทมิได้ไปเพียงจวนไช่เท่านั้น แต่ยังสนิทสนมกับฉินฮุ่ยด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
