กองม้ากว่ายจื่ออีกสองสายเตรียมเข้าโจมตีทะลวงแนวรบ หลังจากสองสายแรกเข้าก่อกวนแล้ว
พวกเขาสะสมกำลังรอพร้อมมานาน บัดนี้เริ่มโบกอาวุธในมือ เตรียมพร้อมจะฉีกแนวรบของกองทัพซ่งโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด
ทว่าจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงกึกก้องมาจากเบื้องหน้า ครั้นมองไปก็เห็นพวกเดียวกันตกจากหลังม้าอยู่ห่างออกไปกว่าสองร้อยเมตร
มิหนำซ้ำยังตกลงมาเป็นกลุ่ม ๆ ภาพที่เห็นช่างประหลาดยิ่งนัก
ฝุ่นควันยังคงฟุ้งกระจาย หนาขึ้นเรื่อย ๆ ทว่ากองหน้าสองสายของกองม้ากว่ายจื่อกลับเหมือนเผชิญกับพลังที่ไม่อาจบรรยายได้ จึงถูกบีบให้หันเหทิศทาง
“เมื่อครู่เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่!” เซียวปู้ตะโกนลั่นด้วยความหวาดหวั่น
ทหารม้ากองทัพจินรอบข้างยังขวัญเสียไม่หาย ต่างกำลังปลอบม้าให้สงบ ไม่มีผู้ใดตอบคำถามของเขา
เซียวปู้กระตุกบังเหียนแน่น พลางทอดสายตามองแนวรบของกองทัพซ่งเบื้องหน้า
ทว่าฝุ่นควันบดบังทัศนวิสัย จึงมองไม่เห็นอะไรชัดเจน
ต่อให้ไม่มีฝุ่นควัน ในระยะห่างเพียงนี้ การมองแนวรบของกองทัพซ่งให้ชัดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่เซียวปู้ไม่ได้คิดจะมองให้เห็นว่าที่นั่นมีสิ่งใดกันแน่ เขากำลังประเมินระยะห่างจากจุดที่ถูกโจมตีเมื่อครู่ไปจนถึงแนวรบของกองทัพซ่ง
ระยะทางนั้นอย่างน้อยก็เกินหนึ่งลี้ กองทัพซ่งทำได้อย่างไร จึงสังหารทหารม้าของเขาจากระยะไกลเพียงนี้?
ภายใต้สีหน้าเดือดดาลของเซียวปู้ ซ่อนหัวใจที่หวาดกลัวเอาไว้
เขาควบม้าไปหาลูกน้องคนหนึ่งแล้วถามว่า “เมื่อครู่เจ้าเห็นเหตุการณ์ชัดหรือไม่?”
ทหารม้าผู้นั้นยังขวัญเสียไม่หาย ตอบว่า “ข้าก็มองไม่ชัด เห็นเพียงคนข้างหน้าตกจากหลังม้ากันหมด จึงเริ่มอ้อมถอยออกมา”
