แม้ปากจะกล่าวเช่นนั้น แต่ในใจอาจมิได้คิดเช่นนั้นจริง
อย่างน้อยกองกำลังชั้นยอดของอู๋หลินยังต้องอยู่ในแคว้นต้าหลี่อีกระยะหนึ่ง จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายทางการเมืองที่จ้าวหนิงต้องการ
สงครามมีขึ้นเพื่อเป้าหมายทางการเมือง
สงครามที่ไร้เป้าหมายทางการเมือง ก็ไม่ต่างจากเด็กเล่นขายของ
เป้าหมายทางการเมืองของจ้าวหนิงในช่วงนี้ คือบีบคั้นผลประโยชน์จากใบชาของแคว้นต้าหลี่ให้ได้ทุกด้าน กล่าวโดยง่ายก็คือ ปล่อยให้ธนบัตรเจียวเฉาหลั่งไหลเข้าแคว้นต้าหลี่ ราชสำนักพิมพ์เงินด้วยต้นทุนต่ำเพื่อรับซื้อใบชา แล้วนำไปขายต่อในราคาปกติยังจงหยวน ภาคเหนือ หรือส่งออก
สรุปแล้วก็คือ ต้องทำกำไรมหาศาล!
สร้างอุตสาหกรรมใบชาที่เกื้อหนุนกันอย่างเป็นระบบในภาคตะวันตกเฉียงใต้ เพิ่มรายได้ให้ท้องพระคลัง
ส่วนจะได้เงินเท่าไร จ้าวหนิงก็คำนวณไว้แล้ว
แคว้นต้าหลี่ผลิตใบชาที่บีบคั้นออกมาได้ปีละ 30 ล้านจิน
ครึ่งหนึ่งส่งออกทางเรือที่ชินโจว
จ้าวหนิงคิดรูปแบบการค้าไว้แล้วเช่นกัน ราชสำนักขายให้พ่อค้าทางทะเลโดยตรง เฉลี่ยจินละ 200 เหวิน
ราคาซื้อเช่นนี้ พ่อค้าทางทะเลนำไปขายยังทะเลใต้ ย่อมได้กำไรมหาศาลแน่
ส่วนราชสำนักมีกำไรอย่างน้อยจินละ 150 เหวิน จากใบชา 15 ล้านจิน ก็จะทำกำไรได้ 2,250,000 ก้วน
พ่อค้าใบชาทางทะเลขายได้จินละ 350 เหวิน กำไรต่อจินก็สูงถึง 150 เหวินเช่นกัน
เก็บภาษีพาณิชย์สองส่วนจากสิบส่วน ไม่ถือว่าเกินไปกระมัง?
ภาษีพาณิชย์จากพ่อค้าทางทะเลเพียงอย่างเดียว ก็เก็บได้เกือบ 500,000 ก้วนต่อปี
อีกครึ่งหนึ่งจำหน่ายในจงหยวน ราคาย่อมถูกลงได้บ้าง
หากคิดลดราคาลงครึ่งหนึ่ง ทุกปีก็ยังทำกำไรได้ 1,000,000 ก้วน บวกกับภาษีอีก 200,000 ก้วน
