ปีจิ้งคังที่ 9 วันที่ 1 เดือน 5
เกาเลี่ยงเฉิงนำทัพใหญ่สามหมื่นนายมาถึงฮุ่ยชวนด้วยตนเอง
หากนับรวมกำลังสนับสนุนด้านเสบียงที่กำลังระดมพลอยู่ในยามนี้ ที่ว่าการฮุ่ยชวนมีกำลังทหารต้าหลี่รวมทั้งสิ้นหกหมื่นนาย
ถึงวันที่ 2 เดือน 5 เกาเลี่ยงเฉิงก็ได้รับข่าวกรองล่าสุดจากแถบเส้นทางจื่อโจวของต้าซ่ง
ข่าวแจ้งว่า เนื่องด้วยการรัฐประหารในแคว้นผีหลัว กองทัพซ่งจึงกำลังเร่งเกณฑ์ไพร่พลเพิ่ม
ได้ยินว่าฟ่านจงอินตั้งใจจะรวบรวมทหารสองแสนนาย
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีข่าวจากแหล่งใดไม่ทราบว่า ต้าซ่งกำลังลอบระดมกองกำลังชั้นยอดจากส่านซีลงมา
แม้แต่ชื่อแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพรักษาพระองค์ตะวันตกเฉียงเหนือก็เริ่มแพร่สะพัด ได้ยินว่าเป็นหลี่ซื่อฝู่ ผู้เคยทำศึกใหญ่กับเถี่ยเหยาจื่อแห่งซีเซี่ยในศึกซ่ง–เซี่ยครั้งที่หก
ข่าวลือในหมู่ชาวบ้านยังเล่าขานเสียราวกับเป็นเรื่องอัศจรรย์
ก่อนหน้านี้ต้าซ่งก็เคยระดมกองกำลังชั้นยอดจากส่านซีลงมาทางตะวันตกเฉียงใต้มาแล้ว
สมัยจักรพรรดิเสินจงที่ยกทัพตีเจียวจี่ ก็เป็นกองทัพตะวันตกที่ถูกส่งลงใต้
“ดูท่าต้าซ่งตั้งใจแน่วแน่จะเปิดศึกใหญ่กับพวกเรา!” เกาเลี่ยงเฉิงกล่าวด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “ครั้งนั้นแม้แต่ต้าถังที่แข็งแกร่งยิ่ง ยังทำศึกกับหนานเจาทัพร้อยกว่าปีก็ไม่อาจตีหนานเจาได้ ข้าไม่เชื่อว่าซ่งจะทำลายต้าหลี่ของข้าได้!”
เดือน 5 ที่ราบสูงอวิ๋นกุ้ยก็ก้าวเข้าสู่ฤดูฝน
ท่ามกลางขุนเขาสลับซับซ้อน บางคราก็มีฝนพรำต่อเนื่อง บางครากลับมีฝนห่าใหญ่เทกระหน่ำ
สถานการณ์สงครามซ่งกับต้าหลี่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง
ฝ่ายต้าหลี่ใช้ที่ว่าการฮุ่ยชวนเป็นศูนย์บัญชาการ รวบรวมกองกำลังชั้นยอดไว้ที่นั่น โดยมีเกาเลี่ยงเฉิง อัครมหาเสนาบดีผู้กุมอำนาจทั่วราชสำนักของต้าหลี่บัญชาการด้วยตนเอง
