การสืบสวนหานซื่อจงใช่ว่าฟ่านจื้อซวีจะเป็นผู้ตัดสินใจได้ และใช่ว่าสำนักตรวจการทหารจะเป็นผู้ชี้ขาด
ถึงอย่างไรหานซื่อจงก็อยู่ในตำแหน่งสูงถึงเพียงนี้ หากฮ่องเต้ไม่พยักหน้า ผู้ใดก็ไม่กล้าทำอะไรโดยพลการ
หยางอีจงแห่งสำนักตรวจการทหารและฟ่านจื้อซวีต่างยื่นฎีกาถึงจ้าวกวนเจียตามลำดับ ทว่าล้วนไม่ได้รับอนุญาต
เมื่อสืบสวนหานซื่อจงไม่ได้ เช่นนั้นก็สืบสวนคนของหานซื่อจง
อย่างเช่นบรรดาขุนนางและแม่ทัพที่ร่วมเดินทางไปปราบญี่ปุ่นกับหานซื่อจงในครานั้น
ท่ามกลางสายฝนเดือนห้าที่เทกระหน่ำราวกับฟ้ารั่ว ขณะที่นักเล่านิทานในโรงสุราพูดจนเสียงแหบแห้งทุกวัน การต่อสู้ลับ ๆ ก็เริ่มต้นขึ้นเช่นนี้
การต่อสู้ลับ ๆ ยังไม่ก่อให้เกิดคลื่นลมใดในยามนี้ ถึงอย่างไรสิ่งสำคัญอันดับแรกยังคงเป็นการปูนบำเหน็จความชอบ
วันที่สิบห้าเดือนห้า เยว่เฟยสวมชุดขุนนางเต็มยศ เดินฉับ ๆ มุ่งหน้าไปยังอุทยานชั้นในของเขตพระราชฐาน
หลังฝนฤดูร้อนผ่านพ้น แสงตะวันเจิดจ้าก็แหวกม่านเมฆ หมู่ลำแสงทอดลงมาราวเสา
เยว่เฟยเงยหน้ามอง เห็นจ้าวกวนเจียสวมอาภรณ์สีพื้น นั่งตกปลาอยู่ริมสระ
พระองค์นั่งนิ่งไม่ไหวติง รูปร่างผอมบางกลมกลืนไปกับหมอกคลื่นหลังฝนและบรรยากาศอันอ่อนโยน ประหนึ่งภาพวาดหมึกที่สงบนิ่ง
เยว่เฟยครุ่นคิดอย่างละเอียด แท้จริงแล้วตนมีเวลาอยู่ร่วมกับจ้าวกวนเจียไม่มากนัก หลายปีมานี้ตนอยู่ชายแดนเป็นส่วนใหญ่ การติดต่อกับจ้าวกวนเจียจึงอาศัยจดหมายเป็นหลัก
พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปสิบเจ็ดปีแล้ว
ความทรงจำที่เยว่เฟยมีต่อจ้าวหนิง ส่วนใหญ่ยังคงหยุดอยู่ในเอกสาร
ลายพระอักษรของจ้าวกวนเจียมีเอกลักษณ์อยู่ประการหนึ่ง คือสงบนิ่งแต่ทรงพลัง
