เห็นท่าไม่เข้าที ผู่ฉาสือเจียหนูจึงรีบเอ่ยขอรับโทษ “แม่ทัพผู้น้อยมีความผิด ขอองค์ชายโปรดลงโทษ!”
ภายนอกเขากำลังเอ่ยขอรับโทษ ทว่าในใจด่าหว่านเหยียนจิงไปแล้วร้อยรอบ
สีหน้าอูจู๋ไม่น่ามอง โทสะยังไม่คลาย เขากล่าวเสียงกร้าว “ข้าแต่งตั้งเจ้าเป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายซ้าย ให้ดูแลอวิ๋นจง วางแผนยึดอินซาน แต่เจ้ากลับทำให้กองทหารชั้นยอดสองหมื่นนายต้องพินาศในคราวเดียว!”
“องค์ชาย แม่ทัพผู้น้อยมีความผิด!” ผู่ฉาสือเจียหนูกล่าวต่อ “แม้ทหารราบจะสูญเสียไปส่วนหนึ่ง แต่ทหารม้าทั้งหมดก็กลับมาโดยครบถ้วน”
“ฟังเช่นนี้แล้ว เจ้าคงเห็นว่าตนเองเก่งกาจนักกระมัง?”
“มิกล้า แม่ทัพผู้น้อยรู้ดีว่าตนมีความผิด”
“ดี! รู้ก็ดีแล้ว! ทหาร! ลากซือเจียหนูออกไปประหาร!”
องครักษ์ของอูจู๋พลันบุกเข้ามาจากด้านนอก หมายจะจับตัวผู่ฉาสือเจียหนู
“องค์ชายโปรดไว้ชีวิต! องค์ชายโปรดไว้ชีวิต!”
“เจ้าไม่ทำตามคำสั่งจนสูญเสียทหารชั้นยอดสองหมื่นนาย หากไม่ฆ่าเจ้า แล้วข้าจะชี้แจงต่อเหล่าทหารทั้งสามทัพได้อย่างไร?”
“องค์ชายโปรดฟังแม่ทัพผู้น้อยกล่าวให้จบ แล้วค่อยประหารก็ยังไม่สาย!”
อูจู๋ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนกล่าว “ดี เจ้าจงว่ามา หากหาเหตุผลที่สมควรอย่างแท้จริงมาไม่ได้ ข้าจะใช้ศีรษะเจ้าเซ่นดวงวิญญาณทหารที่ตายในศึก!”
ผู่ฉาสือเจียหนูกล่าว “เดิมทีแม่ทัพผู้น้อยมีปืนใหญ่หินขนาดใหญ่ห้ากระบอก ทว่ากองทัพซ่งมีอาวุธชนิดใหม่ ทำลายปืนใหญ่หินขนาดใหญ่ของแม่ทัพผู้น้อยทั้งห้ากระบอกจนหมด!”
“โอ้?”
เรื่องนี้ทำให้อูจู๋สนใจขึ้นมา เขาถามว่า “อาวุธชนิดใหม่นั่นคือสิ่งใด?”
“เป็นปืนใหญ่ขนาดเล็กมาก ยิงลูกเหล็กได้ไกลหลายร้อยจั้ง ตั้งเรียงอยู่บนกำแพงเมืองหลายสิบกระบอก ทั้งสี่ด้านของกำแพงล้วนมีติดตั้งไว้ อานุภาพดุจสายฟ้าฟาด!”
