เอ่อร์ไท่กล่าวว่า “เกรงว่าอาล่าฮูสือคงไม่เห็นด้วยที่พวกเราจะเปิดศึกเต็มรูปแบบกับชาวซ่ง”
“บางครั้ง เรื่องบางเรื่องก็ใช่ว่าอาล่าฮูสือจะควบคุมได้” เซ่อซูหัวเราะเสียงดัง “ขอเพียงพวกเราปล้นชาวซ่งต่อไป ไม่นานชาวซ่งก็จะนั่งไม่ติดและต้องการตัดสินศึกกับพวกเรา”
“แล้วจะอธิบายกับอาล่าฮูสืออย่างไร?”
“ก็ไม่ใช่พวกเราที่ปล้นเสียหน่อย เป็นคนข้างล่างทำ พวกเราก็ไม่รู้ว่าใครทำ ไม่เกี่ยวกับพวกเรา! ฮ่า ๆ ๆ!”
คนที่เหลือต่างพากันหัวเราะลั่น
“ข้าว่า ขอเพียงเซ่อซูตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรากับชาวซ่งได้อย่างสิ้นเชิง ก็จะเรียกร้องสิ่งใดจากเยลี่ว์อวี๋ตู่ก็ได้ตามใจ” ซูนงเฮยกล่าว
“เยลี่ว์อวี๋ตู่ผู้นั้นเชื่อถือไม่ได้” เอ่อร์ไท่กล่าว “คนผู้นี้มีความบาดหมางกับชาวจินไม่น้อย ข้ากังวลว่าเขาจะก่อกบฏต่อแคว้นจิน ครั้นถึงเวลานั้นอาจพาท่านเซ่อซูเดือดร้อนไปด้วย!”
“เยลี่ว์อวี๋ตู่จะก่อกบฏต่อแคว้นจินหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับข้า ยามนี้ข้าต้องการเพียงได้รับการสนับสนุนจากเขา ให้ข้าได้เป็นหัวหน้าเผ่าวังกู่”
เอ่อร์ไท่กล่าวต่อว่า “ข้าได้ยินมาว่าชาวซ่งมีกำลังทหารอยู่ที่ฝู่โจวไม่น้อย พวกเราควรถอยไปทางเหนือของแม่น้ำหวงเหอ เพื่อป้องกันชาวซ่งจู่โจมหรือไม่?”
“ชาวซ่งไม่เคยย่างเท้ามาถึงที่นี่ พวกเขาไม่กล้าหรอก!” เซ่อซูแค่นเสียงเย็นชา “ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอวี๋ยุ่นเหวินผู้นั้น ที่เอาแต่ร้องขอให้ร่วมมือกับพวกเรา เขาไม่มีวันกล้าบุ่มบ่ามเป็นแน่!”
“มา ดื่มสุรา!”
ทุกคนเริ่มกินเนื้อคำโต ดื่มสุราจอกใหญ่กันอีกครั้ง ดื่มกันยาวนานตลอดบ่าย จนถึงยามโพล้เพล้ก็เมามายกันถ้วนหน้า
