ทหารราบสองพันนายของกองทัพซ่งตั้งขบวนเป็นวงกลม ราวกับจานหมึกสีดำที่วางอยู่กลางมหาสมุทรสีเขียวอันกว้างใหญ่
บนจานหมึกนั้นยังแต้มด้วยสีแดงสด จุดสีแดงสดพลิ้วไหวไปตามสายลม
ไกลออกไป กองม้ากว่ายจื่อดุจกระแสน้ำหลากสีเงิน ตัดผ่านระลอกคลื่นหญ้าที่ไหวเอนไปมา มุ่งเข้าหากองทัพซ่ง
ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายลดลงอย่างรวดเร็ว
ป๋าหลีไห่ไม่มีความคิดจะบุกโจมตีตรงๆ เพราะกองม้ากว่ายจื่อมิได้มีไว้สำหรับการบุกทะลวง
เมื่อทหารม้าต้องรับมือกับขบวนทหารราบที่ตั้งรับเช่นนี้ วิธีที่ได้ผลที่สุดยังคงเป็นการโจมตีบั่นทอนกำลัง
เห็นได้ชัดว่ากองม้ากว่ายจื่อสายนี้ตั้งใจจะเข้าโจมตีรบกวนไปมาหลายรอบ เพื่อให้กองทัพซ่งเหนื่อยล้า
เมื่อระยะห่างใกล้ถึง 300 เมตร กองม้ากว่ายจื่อก็เตรียมเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็วระลอกหนึ่ง
พวกมันจะใช้ธนูโจมตีรบกวนกองทัพซ่งระหว่างพุ่งเข้าหาด้วยความเร็วสูง จากนั้นเมื่อเข้าใกล้กองทัพซ่งในระยะหลายสิบเมตร ก็จะแยกตัวออกอย่างชำนาญแล้ววกกลับไป
กลยุทธ์คลาสสิกเช่นนี้ใช้ได้ผลเสมอ
ครานี้ ป๋าหลีไห่ก็พาคนของตนมุ่งเข้าสู่ระยะพุ่งโจมตีอย่างรวดเร็วเช่นเคย
ม้าศึกเริ่มควบทะยานในชั่วพริบตา เสี้ยวขณะนั้นพวกมันดูราวกับกระแสน้ำหลากที่พังทะลาย
“ยิงปืนใหญ่!”
นายทหารกองปืนใหญ่ของกองทัพซ่งออกคำสั่ง ธงเริ่มโบกสะบัด
ปืนใหญ่สำริดที่บรรจุดินปืนและสอดชนวนไว้เรียบร้อยแล้ว ถูกจุดไฟด้วยเชื้อเพลิงในมือพลปืน
ตูม...
เสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นกลางทุ่งติดต่อกันกว่ายี่สิบครั้ง ราวกับท้องฟ้าถล่มลงมา
ลูกกระสุนเหล็กกว่ายี่สิบลูกพุ่งออกไปพร้อมกัน
