“องค์รัชทายาทมีพระชนมายุเท่าใด?”
“สิบสี่ปี”
“นิสัยเป็นเช่นไร?” หวังโส่วเต๋อจงใจถาม
เหตุใดจึงกล่าวว่าเขาจงใจถาม?
องค์รัชทายาทจ้าวเฉินเป็นคนอุปนิสัยอ่อนโยน ทว่าไม่ว่าผู้ใดเป็นรัชทายาท ย่อมมีผู้คนมากมายจับจ้อง โดยเฉพาะพวกฉวยโอกาสทางการเมือง
ลักษณะเด่นของการแต่งตั้งรัชทายาทในราชวงศ์ซ่งก็เห็นได้ชัด องค์รัชทายาทไม่ได้บัญชาการทหาร ทั้งยังให้ความสำคัญกับการบ่มเพาะความรู้ด้านวัฒนธรรมขององค์รัชทายาทเป็นอย่างยิ่ง
การบ่มเพาะความรู้ด้านวัฒนธรรมที่ว่าก็คือการอ่านตำราปราชญ์และคัมภีร์ขงจื๊อให้แตกฉาน
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น จึงจะใกล้ชิดกับเหล่าบัณฑิตผู้ปกครองแผ่นดินได้
ดังนั้น ในประวัติศาสตร์ การแย่งชิงราชบัลลังก์ระหว่างองค์ชายแห่งราชวงศ์ซ่งจึงมีน้อยยิ่งนัก โดยพื้นฐานแล้ว เหล่าพระญาติสกุลจ้าวล้วนมีบุคลิกสุภาพอ่อนโยน
องค์รัชทายาทก็เช่นกัน
เบื้องหลังปรากฏการณ์นี้มีสาเหตุลึกซึ้ง นั่นคือผลจากการขับเคี่ยวระหว่างอำนาจจักรพรรดิกับระบบขุนนางในราชวงศ์ซ่ง
ในแง่ของระบบการปกครอง ระบบของราชวงศ์ซ่งละเอียดรอบคอบยิ่งนัก ในยุคจักรวรรดิ ไม่เคยมีมาก่อนและไม่อาจมีผู้ใดเทียบได้ในภายหลัง
ไม่มีผู้ใดจัดสรรหน้าที่และถ่วงดุลเหล่าขุนนางได้เหนือไปกว่านี้
ในเมื่อแผ่นดินต้าซ่งพึ่งพาบัณฑิตในการปกครอง ย่อมไม่จำเป็นต้องมีจักรพรรดิเช่นฮั่นอู่ตี้ มิฉะนั้นจะทำลายดุลอำนาจทั้งหมดและนำมาซึ่งปัจจัยอันไม่แน่นอนนานัปการ
เช่นเดียวกับจ้าวหนิง ผู้ข้ามภพมา
แม้แต่เขาซึ่งเป็นผู้ข้ามภพ ก็ยังกล้าทำเช่นนี้ในยามที่แผ่นดินใกล้ล่มสลายเท่านั้น หากเป็นยุคสงบสุข เขาอาจไม่สามารถลงมือได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้
เมื่อโครงสร้างอำนาจของราชวงศ์ซ่งเข้มงวดและซับซ้อนถึงเพียงนี้ ข้อกำหนดต่อองค์รัชทายาทย่อมต้องสอดคล้องกับการจัดวางอำนาจอย่างรอบด้านเช่นกัน
