เมื่อเห็นทหารม้าต๋าต๋าใกล้เข้ามาทุกขณะ ภายในเมืองของกองบัญชาการทหารเวยฝูแห่งเฮยซานก็ระดมกำลังกันอย่างเร่งด่วน
เพื่อให้ชาวบ้านนอกเมืองเข้าไปในเมืองได้ หยางเจิ้งจึงสั่งห้ามปิดประตูเมือง ขณะเดียวกัน กองทัพซ่งหลายกองก็ทยอยออกจากประตูเล็กด้านข้าง ทั้งที่ยังเตรียมตัวไม่พร้อม ก็ต้องรีบร้อนตั้งรับศึก
“ตูถ่งหยาง ทหารต๋าต๋ามีกำลังนับหมื่น! เตรียมการอย่างเร่งร้อนเช่นนี้ เกรงว่าจะไม่เหมาะสม!”
“บัดซบ! เลิกพูดไร้สาระเสียที!”หยางเจิ้งด่าคำหนึ่ง “เอาค้อนใหญ่ของข้ามา!”
ใต้แสงตะวันยามอัสดงแดงฉานราวโลหิต ชาวบ้านเร่งเข้าเมือง ส่วนกองทัพซ่งแต่ละกองก็เร่งออกจากเมือง
ทหารม้าเผ่าหน่ายหมานมาถึงใต้กำแพงเมือง ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากต่อสู้ประจันหน้ากันทันที
ยามเย็นวันที่ 24 เดือนแปด ปีจิ้งคังที่สิบห้า ด่านชายแดนในเดือนเก้าหนาวเย็นแล้ว สายลมเย็นพัดกรูมาเป็นระลอก ทำให้ผู้คนสั่นสะท้าน
พ่อค้าเดินทางเข้าเมืองซิงโจวไปพักผ่อนตั้งแต่หัววัน ท่าเรือริมแม่น้ำหวงเหอเองก็ใกล้สิ้นสุดความวุ่นวายประจำวัน
ใต้ต้นไม้ใหญ่ด้านนอกประตูเมือง มีกลุ่มคนนั่งยอง ๆ ฟังคนเล่านิทาน
ส่วนเด็ก ๆ มีบิดามารดาคอยดูแล พลางชมการแสดงกายกรรมอันชำนาญ เสียงปรบมือและเสียงชื่นชมดังขึ้นเป็นครั้งคราว
ทันใดนั้น ทหารม้าหลายคนที่อยู่ด้านหน้าก็ดึงดูดสายตาผู้คนบนถนน
“ข่าวศึกจากเฮยซาน! ต๋าต๋าบุกด่าน! ต๋าต๋าบุกด่าน!”
เสียงนั้นทำลายความสงบยามเย็น ผู้คนพากันหันไปสนใจอย่างรวดเร็ว
“พวกเขาพูดว่าอะไรหรือ?”
“เหมือนจะบอกว่าต๋าต๋าบุกด่าน!”
ผู้คนบนถนนต่างเหลียวมอง
ตามรายงานข่าว เมื่อวันที่ 21 เดือนแปด ทหารม้าเหล็กเผ่าหน่ายหมานห้าหมื่นนายบุกโจมตีกองบัญชาการทหารเวยฝูแห่งเฮยซาน
