กองทัพจ้านเฉิงส่งทหารฝีมือฉกาจที่สุดออกไปตั้งแนวป้องกันนอกเมืองก่อน
บนหอประตูเมืองก็มีพลธนูประจำการอยู่เต็มไปหมด ครอบคลุมพื้นที่รอบกำแพงเมืองในระยะร้อยเมตร
ชาวจ้านเฉิงขึ้นตรงประตูเมือง ภาษาของพวกเขาฟังดูแปลกประหลาดยิ่งนัก
ทหารจ้านเฉิงผิวคล้ำแดดเป็นเงา ถืออาวุธเดินตามกองกำลังใหญ่ทยอยออกจากเมือง
เมื่อออกมาแล้วก็ยืนปะปนอยู่ในกองกำลังใหญ่ตามใจชอบ
กองทัพจ้านเฉิงมิได้จัดกระบวนทัพอย่างเคร่งครัดเช่นกองทัพซ่ง ทว่ามีจำนวนคนมาก เมื่อรวมตัวกันแล้วก็ดูมีอานุภาพอยู่ไม่น้อย
เฉียนอวี้ชิงไม่คิดว่าชาวจ้านเฉิงเร็วถึงเพียงนี้
ดูท่ากลยุทธ์ล้อมเมืองของหลี่คุนจะส่งผลกระทบชาวจ้านเฉิงหนัก
กลยุทธ์เช่นนี้มีปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์จีนโบราณ
อย่างเช่นศึกต้าหลิงเหอในช่วงปลายราชวงศ์หมิง หวงไท่จี๋ยกทัพล้อมเมืองต้าหลิงเหอซึ่งจู่ต้าสิ่วเป็นผู้รักษาการณ์ ก็ใช้วิธีการเช่นนี้
สถานการณ์คล้ายคลึงกับยามนี้อย่างยิ่ง
ความสามารถในการรบกลางแจ้งของพวกเจี้ยนหนูเหนือกว่ากองทัพหมิง จู่ต้าสิ่วเห็นพวกเจี้ยนหนูตั้งค่ายล้อมกำแพงเมืองอยู่ด้านนอกก็ทนรอไม่ไหว ไม่รอกองหนุนมาถึงก็ยกทัพออกไปรบกลางแจ้ง จนพ่ายแพ้ยับเยิน
หลี่คุนเป็นคนราชวงศ์ซ่ง ย่อมไม่เคยอ่านบันทึกประวัติศาสตร์ราชวงศ์หมิง แต่กล่าวให้ถึงที่สุด กลยุทธ์ล้อมเมืองเช่นนี้ก็คือสงครามจิตวิทยา
เฉียนอวี้ชิงยกจอกสุราขึ้นดื่มจนหมด สวมรองเท้าแล้วตะโกนว่า “ทั้งกองทัพเตรียมพร้อม!”
เสียงกลองศึกของกองทัพซ่งดังสนั่น เหล่านายทหารจากชานจวินซือก็รวมพลกันอย่างรวดเร็ว
ตั้งแต่จวินตูจื่อฮุยสื่อ (ผู้คุมทัพประจำกอง) ตูอวี้โหว (นายทหารคุมวินัย) จื่อฮุยสื่อทหาร ตลอดจนหัวหน้ากอง นายทหารทุกระดับต่างเริ่มเคลื่อนไหว
