“ฝ่าบาทมิได้ทรงผิดต่อกระหม่อม เป็นกระหม่อมต่างหากที่ทำให้ฝ่าบาทผิดหวัง!”
บารมีของฉินฮุ่ยยิ่งนานวันยิ่งแผ่ไพศาล พรรคพวกกระจายอยู่ทั่วราชสำนัก แม้จะไม่อาจชี้นำผู้อื่นอย่างเปิดเผย แต่ลับหลังกำหนดความเป็นความตายและมอบคุณโทษตามใจชอบ จนแทบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้แล้ว
ทว่าในยามนี้ ต่อหน้าจ้าวกวนเจีย ฉินฮุ่ยกลับดูประหนึ่งท่อนไม้ผุพังที่แห้งกรอบ
ทุกสิ่งที่เขามี ล้วนเป็นจ้าวหนิงมอบให้
นับแต่ปีที่สองแห่งรัชศกจิ้งคัง ฉินฮุ่ยเริ่มก่อตั้งหนังสือพิมพ์ต้าซ่งเป็นครั้งแรก ต่อมายังช่วยฮ่องเต้สืบสวนคดีนโยบายใหม่ จากนั้นก็ทะยานขึ้นสู่ตำแหน่งสูงอย่างรวดเร็วตั้งแต่อายุยังน้อย รับตำแหน่งเสนาบดีสิงปู้ (กรมอาญา)
คดีองค์รัชทายาทเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ฉินฮุ่ยก้าวเข้าสู่ศูนย์กลางอำนาจ
ในปีนั้น ฉินฮุ่ยอาศัยคดีองค์รัชทายาท กวาดล้างกลุ่มขุนนางเก่าที่ต่อต้านนโยบายใหม่ครั้งใหญ่
องค์รัชทายาทถูกปลด ลดฐานันดรเป็นฉีอ๋อง แล้วเนรเทศไปยังเหลียวตง ราชสำนักต้าซ่งพลันเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง
หลายปีมานี้ ฉินฮุ่ยอาศัยตำแหน่งขุนนางผู้บริหารราชการ ผลักดันนโยบายใหม่ต่อไป ขณะเดียวกันก็ลอบกอบโกยทรัพย์สินอย่างมหาศาล
ใช้อำนาจแสวงหาทรัพย์สิน ใช้ทรัพย์สินค้ำจุนอำนาจ พรรคพวกกระจายทั่วราชสำนัก
แต่วันนี้ ทุกสิ่งพังทลายลงในชั่วข้ามคืน กลายเป็นความว่างเปล่าในพริบตา
คำกล่าวของจ้าวหนิงที่ว่า “เราเคยปฏิบัติต่อขุนนางผู้สร้างคุณูปการแก่ราชสำนักอย่างไม่เป็นธรรมหรือ” มีความหมายลึกซึ้งกว่านั้นว่า เรามอบให้เจ้าได้ ก็ยึดคืนได้เช่นกัน
กฎเกณฑ์การใช้อำนาจตั้งอยู่บนพื้นฐานการขับเคลื่อนควบคู่กันของเศรษฐกิจและระบบระเบียบในสังคมมนุษย์
