“ขุนนางผู้มีความผิดถวายคำนับฝ่าบาท!”
อุยหมิงอันฮุ่ยยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอย่างว่าง่าย น้ำเสียงก็อ่อนน้อมลงกว่าเดิม
นี่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ หลังศึกซ่ง–เซี่ยครั้งที่หก ซีเซี่ยเสียอิ๋นโจวไป ผู้ก่อเรื่องทั้งหมดก็คืออุยหมิงอันฮุ่ยผู้นี้
หากมิใช่เพราะแคว้นจินหนุนหลังอยู่ หลี่เฉียนซุ่นคงสับเจ้าสุนัขแก่ตัวนี้ทิ้งลงหุบเขาให้สุนัขป่ากินไปแล้ว
ที่น่ากลัดกลุ้มยิ่งกว่านั้นคือ บัดนี้หลี่เฉียนซุ่นยังจำต้องแต่งตั้งอุยหมิงอันฮุ่ยกลับมาใช้งานอีกครั้ง
เพียงเพราะแรงกดดันจากแคว้นจิน
“ไม่ต้องมากพิธี ภายหน้าจงดำรงตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีต่อไป สร้างความชอบชดเชยความผิด”
“กระหม่อมขอบพระทัยฝ่าบาท!”
หลี่ฉาเกอมีสีหน้าสงบนิ่งอยู่ด้านข้าง
นี่คือผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากการช่วงชิงระหว่างมหาอำนาจ เขาไม่โง่พอจะลุกขึ้นคัดค้าน เพราะนั่นเท่ากับล่วงเกินแคว้นจินจนถึงที่สุด
แม้หลี่ฉาเกอจะมีการค้าขายกับต้าซ่งอย่างแน่นแฟ้น ทว่านั่นก็เป็นเพียงการค้าขาย เขาไม่ไร้เดียงสาถึงขั้นคิดจะฝักใฝ่ซ่งจริงๆ
เมื่ออุยหมิงอันฮุ่ยอยู่ในราชสำนัก แคว้นจินก็อาจวางตัวสงบเสงี่ยมขึ้นบ้าง นับว่าเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย
เพียงแต่ต่อไปอุยหมิงอันฮุ่ยคงแทรกแซงกิจการทหารและการเมืองไม่ได้แล้ว คงต้องทำงานฝ่ายปกครองอย่างว่าง่าย
หานตั๋ว ทูตแคว้นจิน ยิ้มกล่าวว่า “เชื่อว่าภายใต้การช่วยเหลือของอัครมหาเสนาบดีอันฮุ่ย แคว้นต้าเซี่ยจะยิ่งรุ่งเรืองขึ้นทุกวัน”
หลี่ฉาเกอถามว่า “ทูตแคว้นจินมาเยือนครานี้ ไม่ทราบว่ามีธุระใดหรือ?”
ผู้มาเยือนครั้งนี้คือหานตั๋ว
หานตั๋วเป็นใคร?
