“กองทัพหลักมาถึงจั๋วโจวแล้วหรือ?”
อูจู๋ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนสั่งให้ทหารส่งสารเข้ามา
เขารับรายงานทางทหารของว่านเหยียนซีอินมาอ่าน
รายงานของว่านเหยียนซีอินเขียนไว้อย่างกระชับ ได้ใจความ เผยประเด็นสำคัญไว้สองข้อ
ข้อแรกคือกำลังพลของกองทัพซ่ง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกำลังพลทั้งหมดที่แท้จริงของกองทัพซ่ง เพราะว่านเหยียนซีอินไม่มีทางสืบทราบกำลังพลที่แท้จริงของกองทัพซ่งได้ในเวลาอันสั้น
กำลังพลในที่นี้หมายถึงจำนวนทหารที่ว่านเหยียนซีอินสืบทราบได้ใต้กำแพงเมืองจั๋วโจว
ราวสองหมื่นนาย
ข้อสองคือเหล่าทัพของกองทัพซ่ง ซึ่งมีทหารราบเป็นกำลังหลัก ทว่าจำนวนทหารม้ามีอย่างน้อยห้าพันนาย
เพียงพิจารณาจากจำนวนทหารม้า ก็เห็นได้ว่าการจัดกำลังของกองทัพซ่งในครั้งนี้บ่งชัดว่าทั้งกองทัพเป็นกองกำลังชั้นยอด และมีกำลังพลรวมมากกว่าสองหมื่นนาย
“แม่ทัพใหญ่กองทัพซ่งแห่งเหอเป่ยชื่ออะไรนะ?”
“ท่านอ๋อง เขาชื่ออู๋เจี้ย”
“อ้อ ใช่ ๆ เปิ่นหวังลืมชื่อเขาอยู่เรื่อย”
“คนผู้นี้มิอาจดูแคลนได้”
“เปิ่นหวังมิได้ดูแคลนเขา แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ใช่เยว่เฟย หากเยว่เฟยอยู่เหอเป่ย เปิ่นหวังคงต้องหวาดระแวงอยู่บ้าง”
“กระหม่อมโง่เขลา เยว่เฟยเหนือกว่าอู๋เจี้ยตรงไหนหรือ?” หานฉี่เซียนอดถามมิได้
“อู๋เจี้ยผู้นี้เชี่ยวชาญกลศึกพิสดาร ใช้ทัพพลิกแพลงยากคาดเดา ทว่าขีดความสามารถสูงสุดในการบัญชาการรบของกองทัพใหญ่ของเขาอยู่ที่ราวห้าหมื่นนาย หากเกินกว่านั้น ความสามารถในการควบคุมกองทัพของอู๋เจี้ยจะลดลงมาก จนกำลังพลแต่ละส่วนประสานงานและร่วมมือกันได้ไม่ดีพอ”
อูจู๋กล่าวด้วยความมั่นใจ
