เจียงเหวยซีอยู่เคียงข้างจี้สิงโจวมาเกือบปีครึ่ง แทบไม่เคยเห็นคุณชายใหญ่ตระกูลจี้อารมณ์หม่นหมองเพราะใคร
ครั้งนั้นจี้สิงโจวกับสวี่หมานเจินรักกันอย่างหวือหวา ทว่าในวัยที่ยังเก็บงำความรู้สึกไม่เป็น ทั้งคู่ต่างก็ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์
คนหนึ่งเป็นบุตรแห่งสวรรค์ อีกคนเป็นธิดาแห่งสวรรค์ ทั้งคู่เหมาะสมกันอย่างยิ่ง แต่ก็เอาแต่ใจพอกัน ไม่มีใครยอมก้มหัวให้ใคร
ตอนเจียงเหวยซีปรากฏตัว ก็บังเอิญเป็นช่วงท้ายของความสัมพันธ์ ทั้งคู่ที่เป็นคนรักซึ่งเติบโตมาด้วยกันจึงแตกหัก
ทั้งสองเข้าสู่สงครามเย็น ไม่มีใครสนใจใคร
จากนั้นสวี่หมานเจินก็ยื่นสมัครไปเรียนต่อต่างประเทศด้วยความประชด ส่วนจี้สิงโจวก็หาคนรักใหม่ประชดเธอเช่นกัน
เจียงเหวยซีคือคนรักใหม่ที่ถูกหามาเพื่อทำให้สวี่หมานเจินโมโหโดยเฉพาะ
ตอนนั้นเพื่อน ๆ ในแวดวงของสวี่หมานเจินต่างไม่ชอบหน้าเธอ พากันพนันว่าไม่ถึงเดือนจี้สิงโจวก็จะทิ้งเธอ มีคนคอยเตือนเธอว่าอย่าฝันลม ๆ แล้ง ๆ ย้ำว่าเธอเป็นแค่ตัวประกอบเท่านั้น
เมื่อเผชิญกับความมุ่งร้ายจากคนรอบตัวจี้สิงโจว เจียงเหวยซีเลือกทำเป็นมองไม่เห็น
พวกเขาคิดว่าคำพูดเยาะเย้ยไม่กี่คำจะไล่เธอไปได้หรือ?
น่าขันสิ้นดี
ตั้งแต่แรก สิ่งที่เธอต้องการก็ไม่ใช่ความรัก
การอยู่เคียงข้างจี้สิงโจวช่วยให้เธอจัดการเรื่องค่าเล่าเรียนกับค่าครองชีพได้ง่าย ๆ
บางครั้งยังได้เข้าออกสถานที่ซึ่งเธอไม่มีทางเข้าถึงได้ด้วยความสามารถของตัวเอง
ตอนนี้จี้สิงโจวพูดแบบนั้นหมายความว่าอย่างไรกัน? จะขอเลิกกับเธอหรือ?
ถึงในใจเธอจะไม่รู้สึกอะไร แต่ก็ต้องแสดงท่าทีสักหน่อย
อย่างไรตอนนี้ภาพลักษณ์ของเธอก็คือคนที่รักเขาจนคลั่งไคล้
ถ้าทำให้เขารู้สึกผิดได้สักหน่อย แล้วฉวยโอกาสใช้ความรู้สึกผิดนั้นเรียกเงินค่าเลิกรามาสักก้อนก็คงดีกว่า
