เพิ่งจะเดินออกมาพร้อมดอกมะลิในมือ
จี้ซูอี้ก็ได้รับข้อความที่เสิ่นโย่วหนิงส่งมา
[ไปรับ ที่อยู่]
สี่คำสั้นกระชับ
แต่ใจของจี้ซูอี้กลับอบอุ่น
เมื่อเช้า เธอแค่พูดเล่นไปอย่างนั้น ไม่คิดว่าเสิ่นโย่วหนิงจะเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจจริง ๆ
ความรู้สึกที่คำพูดลอย ๆ ถูกภรรยาจดจำได้นั้น มันทำให้ใจร้อนวูบวาบ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสิ่นโย่วหนิงเป็นคนงานยุ่งมาก ปกติส่งข้อความไปเธอก็ไม่ค่อยตอบกลับทันที
แต่ช่วงนี้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีขึ้นเรื่อย ๆ จี้ซูอี้สัมผัสได้ชัดเจนว่าเสิ่นโย่วหนิงตอบข้อความเธอถี่ขึ้นมาก
เป็นเพราะมีความหวังและมีสิ่งที่รอคอยหรือเปล่า
อย่างน้อยที่สุด ทั้งคู่ก็หวังให้ชีวิตคู่ดีขึ้นเรื่อย ๆ
ส่งที่อยู่ของร้านดอกไม้ออกไป จี้ซูอี้ก็รอให้เสิ่นโย่วหนิงมารับ
เธอกอดดอกไม้ไว้ในอ้อมแขน ดื่มด่ำชื่นชมเงียบ ๆ
…
เห็นตำแหน่งที่ตั้งเป็นร้านดอกไม้ เสิ่นโย่วหนิงก็มีข้อสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง เธอคิดว่าจี้ซูอี้อาจจะปั่นจักรยานจนเหนื่อยเลยแวะพักที่ร้านดอกไม้รอเธอ
รถแล่นมาอย่างมั่นคง ตลอดทางทั้งคู่ต่างกลัวอีกฝ่ายเสียสมาธิ
ไม่ได้ส่งข้อความหากันอีก
จี้ซูอี้กอดดอกไม้ยืนอยู่ใต้ร่มไม้ ดึงดูดสาว ๆ ที่เดินคล้องแขนกันมาซื้อดอกไม้
“พี่สาว พี่รอใครอยู่เหรอคะ”
“พี่สาวสวยจังเลย… เราขอแอดไลน์พี่หน่อยได้ไหมคะ”
เด็กสาวสองคนนี้ยืนอยู่หน้าร้านนานมาก จี้ซูอี้นึกว่าพวกเธอกำลังคิดว่าจะซื้อดอกไม้อะไรดี ที่แท้ก็เดินเข้ามาขอช่องทางติดต่อ
“ฉันกำลังรอคนอยู่ค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะ ฉันไม่รับแอดคนแปลกหน้าค่ะ”
