จี้ซูอี้ค่อนข้างอยากรู้ว่าระหว่างหมอสวี่กับกู้ฮุยอวี่นั้นเคยเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
บรรยากาศระหว่างสองคนนี้มันมี ‘พิรุธ’ ชัด ๆ
กู้ฮุยอวี่รู้สึกผิด “ที่ไหนกัน ไหนล่ะที่ว่าเมามายหมายความอื่น?”
“จี้ซูอี้ เธอนั่นแหละที่เมา อย่าพูดมั่ว”
ปล่อยมือจากเสิ่นโย่วหนิง จี้ซูอี้กระพริบตาให้ หมายความว่าเธอเดินเองได้คนเดียว เสิ่นโย่วหนิงไม่ต้องเป็นห่วง
เมื่อจี้ซูอี้ต้องการแหย่เรื่องในใจของคุณน้า เสิ่นโย่วหนิงก็ไม่ได้ห้าม
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เสิ่นโย่วหนิงเองก็สัมผัสได้ว่าอาการกระอักกระอ่วนของกู้ฮุยอวี่นั้นพุ่งถึงขีดสุดเมื่ออยู่ต่อหน้าหมอสวี่
“คุณน้ากู้ ถ้าคุณน้าไม่ชอบหมอสวี่ ครั้งหน้าฉันจะนัดหมอสวี่ที่อื่น ไม่ให้หมอสวี่มาที่สกุลเฉิ่นอีก”
“แบบนี้ดีไหม?”
มือไพล่หลัง จี้ซูอี้จงใจพูดเช่นนี้
ถ้าแคร์ใครสักคน ก็ย่อมอยากเจออีกฝ่ายตลอดเวลา
ถ้าเกลียดใครสักคนถึงจะอยากบล็อกอีกฝ่าย ไม่ขอเจออีกเลย
กลิ่นไวน์ผลไม้จาง ๆ จากตัวจี้ซูอี้ลอยตามลมยามค่ำเข้ายามูกกู้ฮุยอวี่ ทั้งที่ไม่ได้ดื่มแต่กู้ฮุยอวี่กลับรู้สึกเหมือนตัวเองเมาเล็กน้อย
“ไม่ต้องเปลี่ยนที่หรอก ฉัน…ว่าพรุ่งนี้เช้าก็อาจจะไปแล้ว”
พูดมากก็พลาดมาก
จี้ซูอี้ได้ยินประโยคนี้ก็ยิ่งยิ้มกว้าง
“คุณน้ากู้ ในเมื่อไม่มีปัญหา งั้นฉันจะนัดหมอสวี่ให้มาตอนบ่ายนะ”
คนนี่น่ารำคาญจริง
ตอนนี้กู้ฮุยอวี่ไม่ถือสาด้วยว่าจี้ซูอี้เป็นคนเมา ต้องเกรงใจ
