“ถอดเสื้อผ้า! ร่วมสืบสายโลหิต!”
ภายในมิติอลหม่านแห่งหนึ่ง สตรีงามล่มฟ้าเหินลมอยู่กลางอากาศ มองลงมายังเด็กหนุ่มใบหน้าคมเข้มผู้หนึ่งด้วยแววตาสูงส่ง
สตรีผู้นี้มีทรวดทรงงามระหง ผิวดั่งหิมะขาว ใบหน้างามล่มเมือง ทำเอาละสายตาไม่ได้
ทั่วร่างนางแผ่กลิ่นอายของผู้อยู่เหนือหัว เยือกเย็นและสูงศักดิ์ ทว่าสายตาที่มองเด็กหนุ่มกลับร้อนแรงยิ่ง ดั่งหมาป่าหิวโซมองอาหารเลิศรส
สตรีงามล่มฟ้าผู้นี้นาม จักรพรรดินีอลหม่าน คือนามไร้เทียมทานที่ยืนอยู่ ณ จุดสูงสุดของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียร
ส่วนเด็กหนุ่มนาม ฉู่หลิงเทียน เป็นบุตรหลานตระกูลใหญ่ในอาณาจักรห่างไกลแห่งหนึ่งบนพื้นทวีปเก้าแคว้น
“ข้าปฏิเสธ!”
ฉู่หลิงเทียนไม่ทันได้คิด ปฏิเสธทันควัน
แม้ใจจะหวั่นไหวยิ่ง แต่ท้ายที่สุดเขาไม่ใช่เด็กน้อยขนคุด รู้ว่าในโลกมีวิชาลับอาถรรพณ์ที่สามารถดูดพลังหยางเสริมพลังหยินได้อยู่
แววตาร้อนแรงของจักรพรรดินีอลหม่าน มองเขาจนขนหัวลุก
เขากลัวว่าตนเองจะถูกจักรพรรดินีอลหม่านสูบจนตาย
“องค์จักรพรรดินีมิได้ถามความเห็นเจ้า แต่แจ้งให้ทราบ!” จักรพรรดินีอลหม่านส่งเสียงเย็นชา
พลังกดดันมหาศาลปะทุขึ้น ร่างของฉู่หลิงเทียนถูกตรึงไว้ในพริบตา ขยับเขยื้อนไม่ได้
ฉู่หลิงเทียนได้แต่มองดูเสื้อผ้าตนถูกฉีกกระชาก และมองดูจักรพรรดินีอลหม่านปลดอาภรณ์ออก เผยผิวงามดุจผิวหิมะแล้วโถมทับเขาเข้าประคองรัด...
“อย่า...”
จักรพรรดินีอลหม่านมีพลังสูงส่ง ดีดนิ้วก็บดขยี้ภูผาแม่น้ำ ทะลวงมิติว่างเปล่าได้
พื้นทวีปเก้าแคว้นที่นางสถิตอยู่ สำหรับนางแล้ว เป็นเพียงพื้นทวีปเบื้องล่างที่ต่ำต้อยเท่านั้น
ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่แกร่งกล้าที่สุดบนพื้นทวีปเก้าแคว้น ก็มิอาจต้านทานเพียงปลายนิ้วของนางได้
แต่เมื่อนางกำลังจะทำลายพันธนาการ กำลังจะบรรลุสู่ขอบเขตไร้เทียมทาน จู่ ๆ กลับโดนสหายรักเก้าสวรรค์จักรพรรดินีทรยศลอบทำร้ายบาดเจ็บสาหัส หมายช่วงชิงสมบัติล้ำค่าที่นางได้มาจากซากโบราณสถาน “หอคอยมหาสมบัติอลหม่าน”
จักรพรรดินีอลหม่านต่อสู้พลีชีพ เดิมพันมหาศาล ใช้วิชาต้องห้ามนำหอคอยมหาสมบัติอลหม่านบดขยี้มิติ หลบหนีสู่โลกเบื้องล่าง
แม้จะรักษาชีวิตไว้ได้ แต่นางนอกจากบาดเจ็บสาหัส ยังต้องพิษเสน่หาจันทราแห่งเก้าสวรรค์จักรพรรดินีอีกด้วย หากมิอาจหาชายพรหมจรรย์มาร่วมสืบสายโลหิตดูดซับพลังหยางปฐมกาลเพื่อกดพิษเสน่หาในร่างได้เร็วพลัน อีกไม่นานนางก็ต้องสิ้นอายุขัยดับสลาย
ผ่านไปหนึ่งวันหนึ่งคืน ฉู่หลิงเทียนค่อย ๆ ลืมตาคู่ขึ้น ความรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงก็ถาโถมเข้าใส่ทันใด
เขาพยุงเอว ค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง ก็เห็นจักรพรรดินีอลหม่านนั่งขัดสมาธิอยู่ด้านข้าง มือทั้งสองประสานอาคม กำลังฝึกฝน
หลังผ่านการหล่อเลี้ยงหนึ่งวันหนึ่งคืน สีหน้าของจักรพรรดินีอลหม่านเปล่งปลั่งมีเลือดฝาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กลิ่นอายของนางก็ยิ่งแกร่งกล้าขึ้นเรื่อยๆ
“สมกับเป็นแม่มารดูดพลังหยางบำรุงพลังหยิน เกรงว่านางคงจะตามมาเป็นครั้งที่สอง ครั้งที่สาม...”
ฉู่หลิงเทียนสิ้นหวังในใจ
ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าที่ถูกฉีกขาดของตน มีรอยเลือดสีแดงเข้มเปื้อนอยู่
“ข้าเดาผิดอย่างนั้นหรือ?” ฉู่หลิงเทียนเบิกตากว้าง
ระหว่างที่จิตใจเขากำลังฟุ้งซ่าน จักรพรรดินีอลหม่านก็ลืมตาคู่ขึ้นฉับพลัน ดวงตาสุกใสเจิดจรัสทำให้แม้แต่ดวงดาวยังหมองหม่น
ฉู่หลิงเทียนมองจนตะลึงงัน
“ดูพอหรือยัง?”
เสียงเรียบเฉยเย็นชาดึงสติฉู่หลิงเทียนกลับสู่ความจริง
“แม้องค์จักรพรรดินีจะดูดพลังหยางปฐมกาลของเจ้าไป แต่เจ้าก็มิได้เสียเปรียบ รากฐานที่เสียหายของเจ้าได้ฟื้นฟูคืนแล้ว” จักรพรรดินีอลหม่านเอ่ยขึ้น
ฟังคำของจักรพรรดินีอลหม่าน หมัดทั้งสองของฉู่หลิงเทียนพลันกำแน่นหนึบ ดวงตาพลุ่งพล่านด้วยเจตนาสังหารอันท่วมฟ้า ขบเขี้ยวก่นเสียงต่ำว่า “ฉู่เฮ่าเฉิน รุ่นเอ๋อ ไอ้คู่ชั่วช้าสารเลว! หากมิแก้แค้นนี้ ข้าขอตายเสียดีกว่า!”
ตระกูลฉู่คือประมุขสูงสุดของสามตระกูลใหญ่ในอาณาจักรเพลิงสุริยา จวนสกุลโหยวอวิ๋น มีผู้แข็งแกร่งดั่งเมฆมากมาย กำลังอำนาจมหาศาล
ในฐานะตระกูลใหญ่มีชื่อ ชาวตระกูลฉู่มีจำนวนมาก ดังนั้นนอกจากตระกูลหลักประจำอยู่ ณ จวนสกุลโหยวอวิ๋นแล้ว ยังมีสาขาย่อยอีกสี่สาขา กระจายอยู่ในสี่เมืองหลักของจวนสกุล
สาขาที่ฉู่หลิงเทียนอยู่ คือสาขาตระกูลฉู่เมืองเฟิงอวิ๋น
ฉู่เฮ่าเฉินที่เขาพูดถึง คือบุตรชายคนที่สองของผู้นำสาขา “ฉู่ซาน”
ส่วนรุ่นเอ๋อ ไม่เพียงเป็นสาวใช้คนสนิทของเขา แต่ยังเป็นคู่หมั้นของเขาด้วย!
เพื่อช่วยรุ่นเอ๋อไถ่สัญญาขายตัว พ้นจากฐานะทาสต่ำต้อย เข้าสู่ตระกูลฉู่ ฉู่หลิงเทียนยอมตกลงเงื่อนไขของฉู่ซาน ให้มันใช้วิชาลับ ดูดสายเลือดเพลิงสุริยันออกจากร่าง ส่งไปยังจวนสกุลตระกูลหลัก
ผลของสิ่งที่ได้กลับมากลับเป็น การแทงข้างหลังของรุ่นเอ๋อ!
ที่แท้ รุ่นเอ๋อที่ในสายตาเขานั้นใสซื่อและงดงาม ได้ปีนขึ้นเตียงของฉู่เฮ่าเฉินไปนานแล้ว!
ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นแผนการ ที่หมายจะดูดสายเลือดเพลิงสุริยันในตัวเขา ไปมอบแก่ตระกูลหลัก เพื่อรับรางวัลมหาศาล
สายเลือดถูกดูดพราก ฉู่หลิงเทียนรากฐานเสียหาย พลังวิชาสูญสิ้น ซ้ำยังถูกแทงข้างหลังด้วยฝีมือรุ่นเอ๋อ โทสะพลุ่งพล่านจนหมดสติไปถึงห้าวันเต็ม
จนกระทั่งหอคอยมหาสมบัติอลหม่านทลายมิติ ปรากฏในห้องของเขาพอดี สัมผัสได้ว่าพลังหยางปฐมกาลของเขายังไม่ถูกทำลาย จึงดูดเขาเข้ามาในมิติภายในหอคอย
ครั้นรับรู้ว่ารากฐานที่เสียหายฟื้นคืนแล้ว สามารถฝึกฝนต่อได้ ฉู่หลิงเทียนก็รู้สึกยินดีขึ้นมาในใจก่อน แต่เมื่อคิดถึงพลังอำนาจของตระกูลฉู่ ความรู้สึกอ่อนเปลี้ยไร้กำลังก็ท่วมท้นในใจอีกครั้ง
“แม้รากฐานจะฟื้นคืนแล้วจะเป็นเช่นไร ข้าที่ไร้สายเลือด ก็เป็นเพียงคนไร้ค่า ไม่ว่าฝึกฝนเช่นไร ก็ไม่มีวันบรรลุความสำเร็จอันยิ่งใหญ่” ฉู่หลิงเทียนท้อใจกล่าว
บนพื้นทวีปเก้าแคว้น ผู้บำเพ็ญเพียรกว่าเก้าส่วนสามารถปลุกสายเลือดได้ ทว่าคนส่วนใหญ่แล้ว ปลุกได้ก็เพียงสายเลือดขั้นหนึ่งซึ่งต่ำต้อยที่สุด
ส่วนผู้บำเพ็ญเพียรที่มีพรสวรรค์สูงส่ง จะสามารถปลุกสายเลือดขั้นสูงได้ ได้รับประโยชน์นานัปการจากพลังแห่งสายเลือด
พื้นทวีปเก้าแคว้น แบ่งขั้นสายเลือดออกเป็นสิบขั้น จากต่ำไปสูงคือ สายเลือดขั้นหนึ่ง ขั้นสอง ขั้นสาม...ขั้นเก้า สายเลือดขั้นสุดยอด
ขั้นของสายเลือดยิ่งสูง ก็หมายความว่าพรสวรรค์ยิ่งสูงตามไปด้วย
สายเลือดเพลิงสุริยันที่ฉู่หลิงเทียนปลุกได้ก่อนหน้านี้ เป็นสายเลือดขั้นห้า
อย่าได้ดูแคลนสายเลือดขั้นห้านี้ หากมองทั่วทั้งเมืองเฟิงอวิ๋น อัจฉริยะที่ปลุกสายเลือดเกินขั้นสามได้นั้น มีเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้น ส่วนผู้ปลุกสายเลือดขั้นห้าได้นั้น มีแค่ฉู่หลิงเทียนผู้เดียว!
ฉู่หลิงเทียนอาศัยสายเลือดเพลิงสุริยัน จึงได้เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งสาขาตระกูลฉู่เมืองเฟิงอวิ๋น
ส่วนเหตุที่ฉู่ซานวางแผนนั้น หนึ่งเพราะคุณชายน้อยตระกูลหลักฉู่อวิ๋นเซียว ปลุกสายเลือด “อัคคีอสรพิษ” ซึ่งเป็นสายเลือดขั้นหก
ตามบันทึกโบราณกล่าวไว้ สายเลือดอัคคีอสรพิษกับสายเลือดเพลิงสุริยันหลอมรวมกัน สามารถกลายพันธุ์เป็นสายเลือดที่แกร่งกว่าได้
เพื่อประจบตระกูลหลัก ฉู่ซานจึงใช้วิชาลับอันโหดร้าย ดูดสายเลือดเพลิงสุริยันออกจากร่างฉู่หลิงเทียน นำไปส่งที่ตระกูลหลักในจวนสกุลด้วยตนเอง
มีข่าวลือว่า คุณชายน้อยตระกูลหลักฉู่อวิ๋นเซียวได้ใช้วิชาลับ ผสานกับโอสถทิพย์นานา หลอมรวมสายเลือดเพลิงสุริยัน สายเลือดของตนจึงเปลี่ยนจากอัคคีอสรพิษ กลายพันธุ์เป็นสายเลือดขั้นเจ็ด “สุริยันมังกรเพลิง” พุ่งทะยานขึ้นเป็นอัจฉริยะขั้นสูงสุดแห่งอาณาจักรเพลิงสุริยาทันที!
สอง ฉู่ซานยังหมายใช้โอกาสนี้กำจัดฉู่หลิงเทียน หินขวางทางนี้ เพื่อปูทางให้ฉู่เฮ่าเฉินบุตรชายคนที่สองของมัน
“แค่สายเลือดเพลิงสุริยันกระจอกงอกง่อยเท่านั้น เมื่อเทียบกับวาสนาสวรรค์ที่เจ้าได้รับ ยังเทียบไม่ติดแม้แต่เรอผี” จักรพรรดินีอลหม่านเหยียดหยาม
ฉู่หลิงเทียนอดถามขึ้นไม่ได้ “วาสนาสวรรค์อะไรหรือ?”
การร่วมสืบสายโลหิตมีแต่ทำให้เขาอ่อนล้า อ่อนเปลี้ย และเจ็บเอว มิรู้สึกถึงประโยชน์อื่นใดเลย
จักรพรรดินีอลหม่านชี้ไปยังผืนฟ้าดินนี้ กล่าวว่า “มิติที่เราอยู่ ณ ตอนนี้ คือชั้นที่แปดของหอคอยมหาสมบัติอลหม่าน หอคอยนี้เป็นสมบัติล้ำค่าระดับยอดเยี่ยมที่องค์จักรพรรดินีได้จากซากโบราณสถานแห่งหนึ่ง หลังผ่านความเป็นความตายอย่างแทบสิ้นชีพ มีฤทธิ์กดทับกาลเวลา!”