ตีนเขาถาซานมีบ้านหลังหนึ่งซึ่งทรุดโทรมพังทลาย แต่ก่อนที่นี่เคยเป็นคฤหาสน์ใหญ่โต ทว่าหลังผ่านมหันตภัยในช่วงหลายปีนั้น ก็ถูกผู้คนทุบทำลายจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม
หลินหร่านจำได้ว่าบ้านหลังนี้เคยเป็นเจ้าที่ดินรายใหญ่ที่สุดในรัศมีหลายร้อยลี้ แต่ต่อมากลับถูกทำลายจนสิ้นเนื้อประดาตัว คนในครอบครัวล้มตายกันหมด ได้ยินมาว่าไม่เหลือทายาทสักคน
ตอนนี้บ้านหลังนี้ไม่เหลือแม้แต่กำแพงที่พอจะเรียกว่าสมบูรณ์ ก่อนหน้านี้ยังมีข่าวว่าที่นี่ผีดุ คนในกองผลิตต่างคิดว่าเป็นสถานที่อัปมงคล จึงพากันเลี่ยงไม่เดินผ่าน
เมื่อครู่ตอนหลินหร่านกับคนอื่นเดินมา ก็อ้อมทางเหมือนกัน
แต่หลินเมิ่งมาที่แบบนี้ทำไมกัน?
ด้วยความสงสัย หลินหร่านจึงเดินเข้าไปใกล้อีกหน่อย อยากดูว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร
กำแพงในลานแทบจะพังเป็นรูโหว่ไปหมด หลินหร่านจึงมองเห็นหลินเมิ่งกำลังค้นหาของไปทั่วลานได้อย่างชัดเจน
คราวนี้หลินหร่านยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ มาค้นหาอะไรที่นี่กัน?
“หาสมบัติน่ะสิ!”
ที่แท้เมื่อครู่หลินหร่านกำลังเพ่งมองจนเผลอพึมพำความคิดในใจออกมา
เจิ้งซานหยาเพิ่งเก็บเห็ดเสร็จและกำลังจะเรียกหลินหร่านกลับ พอเห็นหลินหร่านยืดคอมองอะไรบางอย่างอยู่ ก็อดมองตามด้วยความสงสัยไม่ได้ จึงตอบออกไปตามที่คิด
“สมบัติอะไร?”
ในกองผลิตของพวกเธอมีสมบัติด้วยหรือ? ทำไมเธอไม่รู้เรื่องเลย?
คงเพราะแววตาสงสัยของหลินหร่านชัดเจนเกินไป เจิ้งซานหยาจึงรีบเล่าเรื่องที่แอบได้ยินมา เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้พูดโกหก
ที่แท้ย่าของเจิ้งซานหยาเคยเป็นสาวใช้ในบ้านเจ้าที่ดิน จึงพอรู้เรื่องของบ้านนั้นอยู่บ้าง
