“โฮก...!”
สิงห์พยัคฆ์ไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาแก้ตัว มันคำรามลั่น เหล่าสัตว์ประหลาดรอบด้านก็พุ่งเข้าใส่ทุกคนอย่างบ้าคลั่ง
จงหย่วนเซินเปิดเกราะป้องกันทันที ครอบคลุมทุกคนไว้ภายใน
หยางปินสะบัดมือ ปล่อยศพคืนชีพทั้ง 18 ตัวออกมาพร้อมกัน พวกมันพุ่งเข้าเข่นฆ่าสัตว์ประหลาดที่อยู่รอบด้าน
ผู้บัญชาการเผ่าปีกกับอวี้ซวงปล่อยวิชาพายุโจมตีเป็นวงกว้างแทบจะพร้อมกัน พายุอันรุนแรงกวาดผ่านไป หอบสัตว์ประหลาดที่พุ่งเข้ามาขึ้นสู่อากาศ ก่อนฉีกพวกมันเป็นชิ้น ๆ
ส่วนศพคืนชีพจากเผ่าหยินสือกลุ่มหนึ่งก็เรียกฝนกัดกร่อนลงมาในทันที หยดฝนสีดำตกกระทบร่างสัตว์ประหลาดเหล่านั้นจนเกิดควันดำลอยกรุ่น พลังกัดกร่อนรุนแรงทำให้เนื้อหนังของพวกมันเน่าเปื่อยอย่างรวดเร็ว
สัตว์ประหลาดกลุ่มหนึ่งร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด สัญชาตญาณผลักให้พวกมันถอยหนี
“โฮก...!”
สิงห์พยัคฆ์คำรามอีกครั้ง ก่อนนำพวกพ้องที่อยู่เบื้องหลังพุ่งเข้าใส่
พวกมันมองออกแล้วว่าศพคืนชีพกลุ่มนี้แข็งแกร่งเกินไป พวกมันจึงต้องลงมือเอง
เมื่อได้ยินเสียงคำรามของสิงห์พยัคฆ์ สัตว์ประหลาดตัวอื่น ๆ ก็กัดฟันฝ่าฝนกัดกร่อน พุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง
พอเห็นฝูงสิงห์พยัคฆ์ลงมือ หยางปินกับพวกก็สั่งให้ศพคืนชีพกลุ่มหนึ่งเข้ารับมือทันที
สิงห์พยัคฆ์เหล่านี้ล้วนอยู่ในขั้นเทียนจี หากปล่อยให้พวกมันพุ่งเข้ามา ทุกคนคงตกอยู่ในอันตราย
ร่างของอาต๋ายพุ่งออกไปเป็นตัวแรก ตรงเข้าหาสิงห์พยัคฆ์ที่แข็งแกร่งที่สุด มันไม่มีลีลาพลิกแพลง เพียงเหวี่ยงหมัดเข้าใส่อย่างตรงไปตรงมาและหนักหน่วง
แววประหลาดใจวาบผ่านดวงตาของราชาสิงห์พยัคฆ์ตัวนำ กรงเล็บหน้าขนาดมหึมาของมันเปล่งประกายสีทอง ก่อนตวัดเข้าปะทะหมัดของอาต๋าย
