“ตอนนี้กำลังรบในฐานที่มั่นเป็นอย่างไรบ้าง?” หยางปินหันไปถามฟาง ซือเจี๋ย
“ตอนนี้สมาชิกระดับหัวกะทิรุ่นที่สอง รวมถึงหัวหน้าหน่วยของหน่วยพิทักษ์นครดาวร่วงกว่าร้อยคนที่เคยขึ้นบันไดสวรรค์ ต่างก็มีพลังถึงขั้นสิบสามแล้วครับ”
“หน่วยพิทักษ์นครดาวร่วงมีหัวหน้าหน่วยใหญ่หนึ่งคน หัวหน้าหน่วยกลางสิบคน และหัวหน้าหน่วยย่อยหนึ่งร้อยคน”
“คนพวกนี้ติดตามพวกเรามาตั้งแต่แรก และเป็นผู้ช่วยที่ผมไว้ใจที่สุด ผมเลยให้พวกเขาขึ้นบันไดสวรรค์ก่อนครับ”
“อืม” หยางปินพยักหน้า ส่งสัญญาณให้ฟาง ซือเจี๋ยพูดต่อ
“นอกจากพวกเขาแล้ว ในหน่วยพิทักษ์นครดาวร่วงยังมีผู้วิวัฒน์ขั้นสิบสองกว่าหนึ่งพันคน ส่วนที่เหลืออยู่ขั้นสิบเอ็ดช่วงสูงสุดครับ”
“ส่วนคนอื่น ๆ ผมปล่อยให้พวกเขาพัฒนากันเอง ระดับพลังก็เลยแตกต่างกันไป”
“ส่วนใหญ่ติดอยู่ที่ขั้นแปดกับขั้นเก้า มีแค่ส่วนน้อยที่ถึงขั้นสิบ”
“แต่ในนครดาวร่วงมีคริสตัลพลังให้แลกตั้งมากมาย ขอแค่พวกเขาขยันทำงาน หรือกล้าออกไปฆ่าซอมบี้ ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะพัฒนาพลังไม่ได้”
“ผมคิดเหมือนหัวหน้าครับ ควรยกระดับพลังของหน่วยพิทักษ์นครดาวร่วงก่อน แบบนี้ถึงจะมีบทบาทสำคัญในหายนะครั้งต่อ ๆ ไปได้ ไม่ต้องให้พวกเราไม่กี่คนแบกรับทุกอย่างไว้”
“อืม ฉันมีคริสตัลพลังระดับสูงอยู่หลายแสนเม็ดก็จริง แต่ทั้งหมดเป็นขั้นสิบห้าขึ้นไป ส่วนขั้นสิบสองถึงสิบสี่กลับขาดช่วง คงต้องรออีกนานกว่าจะเอามาใช้ได้” หยางปินขมวดคิ้ว
ตอนนี้เขารู้สึกเร่งร้อนมาก ราวกับไม่มีเวลามากพอให้รอพวกเขา เขาอยากให้สมาชิกหน่วยพิทักษ์นครดาวร่วงแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็ว
