ระหว่างทางไปปักกิ่ง นกยักษ์ห้าตัวกำลังโผบินด้วยความเร็วสูงอยู่บนฟ้า
กลิ่นอายแข็งแกร่งทำให้เจ้าเวหาเหนือท้องฟ้านับไม่ถ้วนต้องหดหัวหนี
บนหลังนกยักษ์แต่ละตัวมีคนอยู่หนึ่งถึงสองคน
หยางปินนั่งอยู่บนหลังเสี่ยวซวิ่นเพียงลำพัง บินนำอยู่ด้านหน้า ส่วนคนอื่น ๆ นั่งกันตัวละสองคน
จากอำเภอหรูถึงปักกิ่งมีระยะทางกว่าสองพันกิโลเมตร พวกเขาบินกันมานานกว่าสามชั่วโมง ในที่สุดก็เข้าสู่เขตปักกิ่ง
เพราะเสี่ยวฮุย เสี่ยวจิน และเสี่ยวซวิ่นต่างก็อยู่ขั้นสิบแล้ว ระหว่างทางจึงไม่มีสัตว์ปีกดุร้ายตัวไหนกล้ามาขวาง แต่ก็ไม่ได้ราบรื่นไปเสียทั้งหมด
สัตว์ปีกดุร้ายไม่กล้ามา ทว่าฝูงนกตัวเล็กที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มกลับมีไม่น้อยที่ลงมือโจมตีพวกเขา
นกตัวเล็กอย่างพวกนกกระจอกกับอีกาใช้จำนวนเข้าสู้ พวกมันมักไม่สนว่าคู่ต่อสู้จะแข็งแกร่งแค่ไหน ขอเพียงสบโอกาสก็จะโถมเข้าโจมตีจนมืดฟ้ามัวดิน
ดีที่สมาชิกหน่วยดาวร่วงไม่ใช่พวกอ่อนแอ พวกเขาระดมโจมตีอย่างบ้าคลั่ง พาเสี่ยวฮุยกับพวกฝ่าฝูงนกออกมาได้อย่างเด็ดขาด
ระหว่างทาง พวกเขาเจอสถานการณ์แบบนี้หลายครั้ง ทุกครั้งก็ต้องอาศัยกำลังของทุกคนฝ่าวงล้อม แล้วรีบสลัดพวกมันให้หลุด
เมื่อมาถึงเหนือน่านฟ้าปักกิ่ง มองมหานครที่เคยรุ่งเรืองแต่ตอนนี้กลับพังยับเยิน ทุกคนก็อดทอดถอนใจไม่ได้
แต่ไม่นานพวกเขาก็พบว่า ทั่วทั้งปักกิ่งแทบมองไม่เห็นซอมบี้เลย
ปักกิ่งมีประชากรกว่ายี่สิบล้านคน จำนวนซอมบี้ย่อมไม่ต่ำกว่าสิบแปดล้านตัว ทว่าซอมบี้จำนวนมหาศาลกลับถูกผู้คนในปักกิ่งกำจัดไปเกือบหมด ต้องบอกว่าปักกิ่งนี่สุดยอดจริง ๆ
ร่องรอยการยิงถล่มมีอยู่ทั่วทุกแห่ง แค่คิดก็พอจะจินตนาการได้ว่า ปักกิ่งคงใช้ยุทโธปกรณ์ทรงอานุภาพโจมตีซอมบี้อย่างย่อยยับตั้งแต่เนิ่น ๆ
