“แล้วผู้วิวัฒน์คนอื่น ๆ ล่ะ?” หยางปินถามอีกครั้ง
“ทีมผู้วิวัฒน์กลุ่มอื่นก็พัฒนาไปได้ดี มีนครดาวร่วงหนุนหลัง ทรัพยากรคริสตัลพลังมีเหลือเฟือ คริสตัลพลังต่ำกว่าขั้น 20 พวกเขาแลกด้วยคะแนนได้ทั้งหมด อีกทั้งนครดาวร่วงยังเป็นฐานที่มั่นแห่งแรกที่เริ่มเผยแพร่การฝึกฝน พลังของพวกเขาจึงล้ำหน้าฐานที่มั่นอื่นอยู่ไม่น้อย”
“แต่ถ้าต้องให้พวกเขารับมือสิ่งมีชีวิตจากแดนมิติว่างเปล่าจริง ๆ คงลำบากอยู่บ้าง พวกขั้นต่ำอาจพอไหว แต่ถ้าเป็นพวกขั้นสูง คงต้องพึ่งพวกเราเอง”
“อืม ให้คนพวกนั้นพัฒนากันไปตามทางของตัวเองก่อน ถ้ามีใครที่น่าปั้นก็รับเข้ามาได้”
“ได้”
“กินข้าวเถอะ กินเสร็จพักกันสักคืน พรุ่งนี้ฝึกต่อ!”
“อืม”
มื้อนั้นกินเวลานานกว่าสองชั่วโมง หลังจากกินเสร็จ หยางปินก็พาหลินอี้เฟยไปพักผ่อน ส่วนคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายไปหาคู่ของตัวเอง
คำพูดของหยางปินทำให้ทุกคนรู้สึกถึงแรงกดดันขึ้นมา ในเวลาแบบนี้ เรื่องไหนที่ยังจัดการไม่เรียบร้อยก็ต้องรีบจัดการให้เสร็จก่อน
ราตรีมืดมิด ลมแรง นครดาวร่วงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความปรารถนา
หลังจากนั้น ทุกคนก็ฝึกฝนกันต่อ
หนึ่งเดือนต่อมา หยางปินก้าวเข้าสู่ขั้นเทียนเฉวียนระดับหนึ่ง ส่วนฟางซือเจี๋ยก็เข้าสู่ขั้นเทียนเฉวียนได้สำเร็จ
เมื่อไม่มีคริสตัลพลัง อาศัยเพียงการฝึกฝน ความเร็วในการยกระดับก็ยิ่งช้าลงเรื่อย ๆ ในขั้นที่สูงขึ้น
แม้จะมีทั้งศิลาวิญญาณและค่ายกลช่วย ต่อให้ฝึกฝนกันทั้งวันทั้งคืน หยางปินก็ยังใช้เวลากว่าหนึ่งเดือนกว่าจะเลื่อนขั้นได้หนึ่งระดับ
ลองนึกดูได้เลยว่า เมื่อเข้าสู่ขั้นเทียนเฉวียนแล้ว หากไม่มีศิลาวิญญาณกับค่ายกล คิดจะเลื่อนขั้นโดยอาศัยการฝึกเฉพาะตอนดาวเป่ยโต่วเก้าดวงปรากฏขึ้นทุกคืน คงต้องใช้เวลาปีครึ่งหรือมากกว่านั้น
