ในที่สุด เมื่อมาถึงพื้นที่ตอนกลางของประเทศมง หยางปินก็ใช้ตรึงกาลอวกาศอีกครั้ง ดึงระยะห่างให้เหลือเพียงไม่กี่ร้อยเมตร จากนั้นก็ปล่อยอาต๋ายออกมาอย่างไม่ลังเล พร้อมควบคุมกระบี่ยาวเล่มหนึ่งให้ลอยลงไปใต้เท้าของมัน ป้องกันไม่ให้ร่วงลงไป
อาต๋ายแตะปลายเท้าลงบนกระบี่ ร่างพุ่งออกไปราวกับกระสุนปืนใหญ่ ทะยานเข้าใส่อีกฝ่ายในพริบตา
เมื่อเห็นอาต๋าย สีหน้าของยอดฝีมือเผ่าปีกก็เปลี่ยนไปทันที คมลมนับไม่ถ้วนก่อตัวเป็นกระแสเชี่ยวกรากน่าสะพรึง พุ่งฉีกกระชากเข้าหาอาต๋าย
ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับกระแสคมลม อาต๋ายกลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย มันฝืนรับการโจมตีแล้วพุ่งทะลวงเข้าไปถึงตัวอีกฝ่าย ก่อนคว้าปีกของเขาแล้วกระชากอย่างแรง
“อ๊าก...!”
เสียงกรีดร้องดังขึ้น ยอดฝีมือเผ่าปีกที่สูญเสียปีก ร่วงดิ่งลงไปเบื้องล่าง
อาต๋ายร่วงตามลงไปเช่นกัน แต่กลับเหยียบลงบนร่างของอีกฝ่าย ใช้เขาเป็นเบาะรอง
“โครม...”
ทั้งสองกระแทกพื้นอย่างแรง ฝุ่นฟุ้งกระจายคลุมไปทั่ว
ยอดฝีมือเผ่าปีกถูกอาต๋ายเหยียบจมลงไปในดิน จากนั้นอาต๋ายก็คว้าตัวเขาดึงขึ้นมา กำหมัดเตรียมจะซัด
“เดี๋ยวก่อน” หยางปินบินลงมาตาม
“ทำให้พิการก็พอ อย่าฆ่าเขา”
อาต๋ายผ่อนแรงลงไปมาก หมัดหนึ่งซัดเข้าที่ท้องอีกฝ่ายจนกระอักเลือด ร่างงอตัวขึ้นทันที
“โครม...”
อีกหมัดกระแทกเข้าที่ศีรษะ ทำเอาอีกฝ่ายสลบเหมือดไปทันที
เห็นได้ชัดว่าอาต๋ายเชี่ยวชาญเรื่องทำให้คนพิการมาก
“ไปกันเถอะ กลับไปดูทางอวี้ซวง”
