ตลอดทางมีแต่ความมืดครึ้มและเงียบงัน กระทั่งเสียงร้องของสัตว์กลายพันธุ์ก็ยังไม่ได้ยิน ความรู้สึกเช่นนี้ชวนให้ขนลุกซู่
เดินไปได้ไม่นาน เถาวัลย์เส้นแล้วเส้นเล่าก็ผุดขึ้นจากพื้น พันรัดทุกคนไว้ในพริบตา ก่อนจะห้อยพวกเขาลอยขึ้นกลางอากาศ
ทุกคนยังไม่ทันดิ้นให้หลุด ก็รู้สึกเหมือนถูกของแหลมจิ้มใส่ จากนั้นร่างกายก็ชาวาบไปหมด
สีหน้าทุกคนเปลี่ยนไป พวกเขาคิดจะลงมือ แต่กลับพบว่าไม่มีแรงแม้แต่น้อย อยากปล่อยสกิลก็หาเป้าหมายไม่เจอ
“ไอ้ดำ พ่นไฟ!” หยางปินรีบตะโกน
เปลวไฟลุกพรึ่บขึ้นรอบตัวไอ้ดำ ไม่นานก็เผาเถาวัลย์ที่พันมันขาด
จากนั้นมันก็เผาเถาวัลย์ของคนอื่นจนขาดทีละเส้น
พอทุกคนร่วงลงถึงพื้น ขาก็อ่อนยวบ พวกเขาทิ้งตัวลงนั่งกองกับพื้น
จังหวะนั้นเอง เถาวัลย์นับไม่ถ้วนก็พุ่งจู่โจมพวกเขาจากทุกทิศทางอย่างบ้าคลั่ง
ภาพตรงหน้าทำให้ทุกคนสะดุ้งตกใจ
จงหย่วนเซินปล่อยเกราะป้องกันออกมาทันที ครอบคลุมทุกคนไว้ภายใน
เถาวัลย์เหล่านั้นทำลายเกราะไม่สำเร็จ แต่กลับพันรอบเกราะจนมิด ทำให้สภาพแวดล้อมที่มืดสลัวอยู่แล้วมืดยิ่งกว่าเดิม
ไอ้ดำปล่อยฝนเพลิงออกไปด้านนอกอย่างต่อเนื่อง
เปลวเพลิงตกลงมา เถาวัลย์แต่ละเส้นมอดกลายเป็นเถ้าถ่าน ทว่าเถาวัลย์เส้นใหม่ก็เลื้อยเข้ามาแทนที่ทันที
“นี่มันตัวบ้าอะไรกันวะ?” ทุกคนมองด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
“เห็นชัด ๆ ว่าปากอีกาของไอ้ดำให้ผลแล้ว เจ้านี่คงเป็นพืชกลายพันธุ์!” หยางปินพูดอย่างจนใจ เจ้าสิ่งนี้รับมือยากกว่าซอมบี้กับสัตว์กลายพันธุ์เสียอีก
“ให้ตายเถอะ พวกเราหลายคนโดนต้นไม้ต้นเดียวจับไว้เนี่ยนะ?”
