คืนเดือนมืด ลมแรง พัดใบหญ้าดังเสียดสีแซกซ่า หมู่บ้านโบราณร้างเปล่าเปลี่ยว ป้ายไม้หน้าหมู่บ้านเขียนว่า “หมู่บ้านอัยหยาง” โยกเยกคล้ายจะหลุดหล่น ถนนเฉอะแฉะบ่งบอกว่าช่วงนี้ฝนตกบ่อย
หลีอู้กับฮวาจือก้าวลงจากรถ มองเห็นแสงไฟริบหรี่อยู่ไกล ๆ
มีเสียงแพะร้องดังขึ้นเป็นครั้งคราว ราวกับจะฉีกกระชากสายลมแห่งรัตติกาลนี้ เรียกหาดวงวิญญาณที่หลงทาง คนเป็นได้ยินแล้วใจก็หนักอึ้งโดยไม่รู้ตัว
ฮวาจือหวาดกลัว เกาะแขนหลีอู้เอาไว้พลางกระซิบว่า “ที่นี่เปลี่ยวจังเลย... ไม่มีร่องรอยผู้คนเลยนะ”
ใช่แล้ว ปัญหามันอยู่ตรงนี้
ไร้ซึ่งวี่แววผู้คน
ตั้งแต่ลงจากรถก็รู้สึกถึงแรงกดดันที่รุนแรง ราวกับมีอะไรมากีดขวางทางเดินหายใจ
ทันใดนั้นหลีอู้สัมผัสรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของ[จดหมายจากอีกฟากฝั่ง] เธอหยิบจดหมายออกมาดู
ซองจดหมายสีขาวล้วนเริ่มซึมเลือดออกมาราวกับสิ่งมีชีวิต โลหิตไหลซึมออกจากขอบซอง
[ออกไป!]
[ออกไป!]
[ออกไป!]
[ออกไปออกไปออกไปออกไปออกไปออกไปออกไป!!!]
ตัวอักษรสีเลือด “ออกไป” คล้ายถูกผู้หญิงใช้เล็บข่วนขีดเขียน ขนาดนิ้วหัวแม่มือ เต็มไปหมด ไม่นานก็ปกคลุมทั้งซองจดหมาย สุดท้ายไม่มีช่องว่างเหลือแม้แต่น้อย ซองจดหมายกลายเป็นสีเลือดทั้งหมด
ยิ่งกว่านั้น เลือดยังไหลซึมลงบนมือของหลีอู้ สลักคำว่า “ออกไป” ลงบนมือเธอ
ฮวาจือตกใจร้องเสียงหลง หลีอู้รีบโยนซองจดหมายทิ้งทันที