เจียงหมิงถังเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ ก็เห็นมู่กวนหลานกำลังสาวเท้าเดินมาหานางจากที่ไม่ไกล ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสดใส
ความร้อนรนในแววตาของเขาไม่คิดปิดบังแม้แต่น้อย
เพียงไม่กี่อึดใจ เขาก็มาหยุดตรงหน้านาง ก่อนยืนข้างกายนางอย่างเป็นธรรมชาติ
ฉินเจ้าเย่เห็นเช่นนั้นก็ถอยหลังไปอีกหลายก้าวอย่างเงียบเชียบ เปิดทางให้ทั้งสอง
มู่กวนหลานไม่ทันสังเกตเห็นฉินเจ้าเย่แม้แต่น้อย เขามองคนข้างกายด้วยดวงตาเป็นประกาย “เจียงหมิงถัง ข้ากำลังจะไปหาเจ้าอยู่พอดี เจ้ามาก็ปรากฏตัวเสียแล้ว”
เขาบ่นว่า “หากฝ่าบาทไม่ยืนกรานให้ข้าเข้าร่วมพิธีบวงสรวง เมื่อวานข้าคงไปหาเจ้าแล้ว”
ขั้นตอนต่าง ๆ ในการล่าสัตว์วสันต์ล้วนเกี่ยวข้องกับฮ่องเต้และเหล่าขุนนางเป็นหลัก
อาทิ การขอบคุณฟ้าดิน เซ่นไหว้บรรพชน อ่านคำถวายพระพร สรรเสริญโอรสสวรรค์ ตรวจสอบธนูและม้า จัดเขตล้อมสัตว์ ล้อมล่า และมอบรางวัลตามความดีความชอบเป็นต้น
ขณะเดียวกัน พวกเขายังต้องจัดการราชกิจ
ฮ่องเต้อาจฉวยโอกาสนี้ประกาศการเปลี่ยนแปลงบรรดาศักดิ์สำคัญ หรือประกาศนโยบายบางอย่าง โดยอาศัยพระบารมีจากการล่าสัตว์มาผลักดันการปกครองบ้านเมือง
ดังนั้น สำหรับคนเหล่านี้แล้ว เวลาครึ่งเดือนจึงค่อนข้างกระชั้นชิด
ส่วนเหล่าฮูหยิน บุตรีตระกูลขุนนาง และบุตรหลานของแต่ละตระกูลที่มิได้ดำรงตำแหน่งสำคัญในราชสำนัก กลับมีเวลาว่างมาก
แต่มู่กวนหลานแตกต่างออกไป
แม้เขาจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งในราชสำนัก ทว่าด้วยฐานะเสี่ยวจวิ้นอ๋องอันเฉิง อีกทั้งฮ่องเต้ยังเห็นแก่ความผูกพันกับจวิ้นอ๋องอันเฉิงผู้ล่วงลับ ไม่ว่าทรงทำสิ่งใดก็ต้องเรียกเขาไปด้วย เขาจึงไม่มีเวลาว่างแม้แต่น้อย
เขาบ่นเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
เจียงหมิงถังหยุดฝีเท้า เพียงขานรับเสียงเรียบว่า “อ้อ”
มู่กวนหลานสัมผัสได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“เจ้าเป็นอะไรไป?”
เสียงของเขาค่อย ๆ เบาลงโดยไม่รู้ตัว “เห็นข้าแล้วไม่ดีใจหรือ?”
“ไม่ดีใจหรือ?”
เจียงหมิงถังเหลือบมองเขาแล้วแค่นหัวเราะ “ข้าจะกล้าหรือ เสี่ยวจวิ้นอ๋อง ท่านอุตส่าห์มาพบข้า นับเป็นวาสนาของข้าแล้ว ข้าจะไม่ดีใจได้อย่างไร”
