หลังลู่หวยชวนสอบได้จอหงวน ฮ่องเต้ก็ทรงแต่งตั้งให้เป็นผู้เรียบเรียงแห่งสำนักฮั่นหลิน มีตำแหน่งขุนนางขั้นหก
ตามธรรมเนียม ขุนนางฝ่ายบุ๋นต้องมีขั้นห้าขึ้นไป จึงจะมีโอกาสเข้าร่วมประชุมขุนนางในท้องพระโรงทอง
ส่วนขุนพลฝ่ายบู๊ไม่ได้เข้าประชุมทุกวัน เพราะหน้าที่ของพวกเขาคือบัญชาการทหารและเตรียมพร้อมรับศึก
ส่วนใหญ่จึงประจำการอยู่ในค่ายทหาร
มีเพียงผู้ที่นอกจากบัญชาการทหารแล้วยังดำรงตำแหน่งในหน่วยงานอื่นด้วย เช่น โหวเวยหย่วนกับโหวจงหย่ง จึงต้องเข้าประชุมทุกวัน
พอถึงปลายฤดูใบไม้ผลิ ฝนก็เริ่มตกบ่อยขึ้น โดยเฉพาะแถบเจียงหนาน ซึ่งแทบทุกปีล้วนเกิดอุทกภัย
เมื่อวานนี้ เหล่าขุนนางถกเถียงกันไม่หยุดเรื่องการจัดการน้ำ จนฮ่องเต้ทรงปวดพระเศียร
ขณะที่กำลังกลัดกลุ้ม จู่ ๆ พระองค์ก็นึกขึ้นได้ว่า ตอนสอบหน้าพระที่นั่ง จอหงวนคนใหม่อย่างลู่หวยชวนเคยเสนอแนวทางแก้ปัญหาน้ำไว้ในกระดาษคำตอบ
จึงมีรับสั่งเรียกลู่หวยชวนเข้าเฝ้าในท้องพระโรง
เช้าตรู่วันนี้ ลู่หวยชวนสวมชุดขุนนางเข้าวังมา
เมื่อมาถึงท้องพระโรง เขาเข้าเฝ้าฮ่องเต้พร้อมเหล่าขุนนาง จากนั้นก็ถูกเรียกไปด้านหน้า ฮ่องเต้ตรัสถามถึงแนวทางจัดการน้ำ เขาจึงกราบทูลตอบไปทีละข้อ
“กระหม่อมเสนอให้เปิดทางระบายน้ำ แบ่งกระแสน้ำออกไป ขุดลอกท้องน้ำให้ลึก จากนั้นใช้กระแสน้ำพัดพาตะกอน ปลูกต้นไม้เสริมคันกั้นน้ำ นอกจากนี้ยังต้องรื้อคันกั้นน้ำที่เอกชนสร้างขึ้น ยึดที่นาที่ยึดครองโดยผู้มีอิทธิพลในแต่ละท้องที่กลับมาเป็นของทางการ แล้วแบ่งส่วนหนึ่งคืนพื้นที่นาให้เป็นบึง กักเก็บน้ำฝน...”
ข้อเสนอของเขาได้รับคำชมและการยอมรับจากฮ่องเต้
ลู่หวยชวนถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วกลับไปยืนยังตำแหน่งเดิม
เดิมทีคิดว่าการประชุมเช้านี้คงผ่านไปเช่นนี้
แต่ใกล้จะเลิกประชุม ขุนนางกลับเริ่มถกเถียงกันอีกครั้งเพราะความเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน
การทะเลาะกันในที่ประชุมเป็นเรื่องปกติ
สิ่งที่ลู่หวยชวนคาดไม่ถึงคือ พวกเขาเถียงกันอย่างดุเดือดจนลงไม้ลงมือ
ถึงกับตะลุมบอนกันในท้องพระโรง ต่อหน้าฮ่องเต้
พลางชกต่อยพลางด่าทอ
