แม้ถ้อยคำจะเป็นคำดุด่า ทว่ากลับทำให้หัวใจของเจียงสือซวี่อ่อนยวบ
เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินนางเรียกชื่อเขาตรง ๆ เช่นนี้ กลับรู้สึกไพเราะจับใจเป็นพิเศษ
หากนางเป็นภรรยาของเขา วันหน้าหากเขาทำให้นางโกรธในห้องหอ นางจะดุด่าเขาเช่นนี้ด้วยหรือไม่?
ความคิดนี้ทำให้ใจเจียงสือซวี่ไหววูบ เขาขยับเข้าไปใกล้อีกนิด เพียงโน้มลงไปอีกสักน้อยก็จะได้ลิ้มรสริมฝีปากสีแดงดุจกลีบอิงเถา
ทว่าเมื่อเห็นดวงตาคู่งามของนางแดงเรื่อและมีน้ำตาคลอ เขาก็ยับยั้งตนเองไว้ในท้ายที่สุด ไม่ปล่อยให้เรื่องราวดำเนินไปจนเกินห้ามใจ
“ข้าเลวเอง ข้ารู้แล้วว่าผิด”
เขาข่มความปรารถนาไว้ น้ำเสียงอ่อนลงเจือแววปลอบโยน “ต่อไปเจ้าอยากควบคุมข้าอย่างไรก็ทำได้ ให้เจ้าควบคุมข้าเพียงคนเดียว เจ้าพูดสิ่งใด ข้าล้วนเชื่อฟัง ให้อภัยข้าได้หรือไม่?”
ดูเหมือนนางจะอดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป สะอื้นอย่างน้อยใจ “ถะ...ถ้าอย่างนั้นเจ้ายังพูดอีกว่าไม่เห็นข้าเป็นคนในครอบครัว...”
“ข้าไม่ได้พูด”
เขาไม่เคยพูดเช่นนั้น
นางจ้องเขาทั้งน้ำตา ราวกับเด็กขี้แย “เจ้าพูด! ไม่พูดก็เท่ากับยอมรับ ยอมรับก็แปลว่าพูด!”
เจียงสือซวี่จนปัญญา ทั้งไม่อาจบอกความจริงแก่นางได้
“ข้าไม่ได้พูดจริง ๆ เพียงแต่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร แต่ในใจข้า เจ้าเป็นคนในครอบครัวที่ข้ารักที่สุดเสมอ”
ขณะกล่าวเช่นนี้ แววตาของเขาวูบไหวเล็กน้อย
ภรรยาก็เป็นคนในครอบครัวเช่นกัน
เจียงหมิงถังสะอื้นพลางเอ่ย “เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนั้นข้าเสียใจเพียงใด ใจข้าแทบแตกสลาย ข้าชอบเจ้าและเป็นห่วงเจ้าเพียงนี้ แต่เจ้ากลับทำกับข้าเช่นนี้...”
เมื่อเห็นน้ำตาของนาง หัวใจเจียงสือซวี่ก็แทบแตกสลายตามไปด้วย
เขาไม่มีแก่ใจจะยินดีกับคำว่าชอบของนางด้วยซ้ำ ในที่สุดจึงคลายอ้อมแขนลงเล็กน้อย อดกลั้นแรงปรารถนาที่จะจูบซับน้ำตาให้นาง เปลี่ยนเป็นใช้ข้อนิ้วเช็ดให้อย่างแผ่วเบา
“ข้าผิดแล้ว เจ้าอยากตีหรือทำโทษข้าอย่างไรก็ได้ ข้ายอมรับทั้งนั้น อย่าร้องไห้อีกเลย”
ใครจะคิดว่าทันทีที่เขาพูดจบ น้ำตาของนางกลับไหลหนักกว่าเดิม มือที่เพิ่งเป็นอิสระทุบลงบนตัวเขา พลางกล่าวอย่างเคียดแค้น “ข้าจะตีเจ้าให้ตาย เจียงสือซวี่! ให้เจ้ารังแกข้า...”
ปากพูดถ้อยคำดุดัน ทว่ากลับไม่กล้าออกแรง
