หอเทียนเซียง หอฝู่ชุน
เจียงหมิงถังซึ่งเดิมควรจากไปแล้ว กลับย้อนมาอีกครั้ง
เบื้องหน้าโต๊ะน้ำชาทรงสี่เหลี่ยม เจียงหมิงถังนั่งประจำที่นั่งหลักอย่างสง่างาม
บรรยากาศค่อนข้างอึมครึม
ลู่หย่วนโจวซึ่งนั่งอยู่ทางซ้ายเหลือบมองเจียงหมิงถังเป็นระยะ แต่ก็รีบเบนสายตากลับอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว ใบหูของเขาแดงระเรื่อขึ้นมาเสียแล้ว
เขาอยากพบเจียงหมิงถังมาโดยตลอด ทว่าอีกฝ่ายปฏิเสธคำเชิญของเขา ส่วนจวนโหวเวยหย่วนก็เข้าไปไม่ได้
ลู่หย่วนโจวจึงทำได้เพียงส่งคนคอยจับตาความเคลื่อนไหวของนางอยู่ตลอด พอรู้ข่าวว่านางออกจากบ้าน ก็รีบตามมาเพื่อ “บังเอิญพบ”
เพียงแต่ลู่หย่วนโจวไม่คิดว่า สหายสนิทอย่างฉีเยี่ยนชิงกับพี่ชายของเจียงหมิงถังก็อยู่ที่นี่ด้วย
เจียงสือซวี่ที่นั่งตรงข้ามเขามีสีหน้ามืดครึ้ม แววตาเย็นชา จ้องลู่หย่วนโจวด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองอย่างยิ่ง
ลู่หย่วนโจวเพิ่งมาถึงก็เอ่ยว่าจะคุยกับหมิงถัง ทำให้เขาไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก
เจ้าหนุ่มนี่ไม่ใช่ตั้งใจจะเข้ากองทัพหรอกหรือ? บัดนี้แม้แต่เรื่องแต่งงานก็จะเปลี่ยนตัวแล้ว ยังมีอะไรให้พูดคุยกันอีก?
สมควรดีใจจนกระโจนเข้าค่ายทหาร แล้วไม่ข้องเกี่ยวกับหมิงถังไปจนแก่เฒ่าต่างหาก!
นอกจากลู่หย่วนโจวแล้ว ข้าง ๆ ยังมีฉีเยี่ยนชิงที่ไม่ยอมปล่อยนางไปอีกคน
แม้จะไม่รู้ว่าน้องสาวไปเกี่ยวข้องกับบุคคลผู้เป็นที่กล่าวขานทั่วเมืองหลวง ทั้งยังเป็นหลานชายแท้ ๆ ของฮองเฮาจากตระกูลขุนนางเก่าแก่ได้ตั้งแต่เมื่อใด แต่เจียงสือซวี่ก็ไม่คิดจะยอมถอยแม้อีกฝ่ายจะมีฐานะสูงส่งกว่าตน
เขาดึงมือเจียงหมิงถัง ตั้งใจจะพานางจากไปทันที ทว่าคนของฉีเยี่ยนชิงกลับขวางทางไม่ยอมให้ไป
เมื่อเห็นว่าความขัดแย้งกำลังจะปะทุขึ้นอีกครั้ง เจียงหมิงถังจึงจำต้องออกหน้าปลอบเขา
ตามข้อเสนอของนาง ทั้งสี่จึงนั่งลงด้วยกันในหอฝู่ชุน
ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด เจียงหมิงถังกลับมีสีหน้าสงบนิ่ง ขณะคำนวณบัญชีอยู่ในใจ
หากทำภารกิจพิชิตใจทั้งสามคนนี้สำเร็จ นางก็จะมีเงินสองหมื่นหนึ่งพันล้าน
ชีวิตช่างมีความหวังเหลือเกิน
หยวนเป่าถอนใจอย่างหมดคำจะพูด “โฮสต์ยังมีอารมณ์คิดเรื่องนี้อีกหรือ ไม่กลัวพวกเขาตีกันหรือไร?”
