บนถนน รถม้าของจวนโหวเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า
ภายในรถกว้างขวางพอให้สตรีสองนางนั่งแยกห่างจากกันได้
เจียงอวิ๋นฮุ่ยก้มหน้าหยอกเล่นนิ้วมือตนเอง บางครั้งก็เงยหน้ามองเจียงหมิงถัง ก่อนจะรีบเบนสายตาหนี
ที่จริงแล้ว การนั่งอยู่ตรงนี้ทำให้นางอึดอัดยิ่งนัก
นางไม่อยากออกไปข้างนอกกับเจียงหมิงถัง
แต่ยิ่งไม่อยากเห็นพี่ชายออกไปเที่ยวกับอีกฝ่ายต่อหน้าต่อตา
นับแต่เจียงหมิงถังกลับมา ท่านพ่อท่านแม่ก็ปฏิบัติต่อนางไม่ดีดังแต่ก่อน
หากพี่ชายยังเอนเอียงไปทางอีกฝ่ายอีก นางก็ไม่อาจจินตนาการได้เลยว่า ในวันหน้า จะอยู่ในจวนโหวเวยหย่วนต่อไปอย่างไร
โชคดีที่เมื่อครู่นางเอ่ยถึงเรื่องป่วยไข้ต่อหน้าพี่ชาย เขาขมวดคิ้วถามนางว่าเหตุใดจึงไม่ดูแลตนเองให้ดี เท่านี้ก็เห็นได้ว่าเขายังคงใส่ใจนาง
เจียงหมิงถังหลับตาพักผ่อน พลางคุยกับหยวนเป่าเป็นครั้งคราว
“นายหญิง” หยวนเป่าไม่เข้าใจเอาเสียเลย “เจียงอวิ๋นฮุ่ยไม่ชอบท่านชัด ๆ แล้วจะตามพวกท่านออกไปข้างนอกด้วยเหตุใด?”
ในความคิดของมัน หากนางมีเวลาว่างเช่นนี้ มิสู้ผูกสัมพันธ์กับเมิ่งซื่อและโหวเวยหย่วนให้แน่นแฟ้นขึ้น เพื่อวางหลักประกันให้ชีวิตในจวนโหวภายหน้าจะดีกว่า
“นางเกลียดฉันก็จริง แต่นางใส่ใจเจียงสือซวี่”
สัญชาตญาณของเจียงหมิงถังแม่นยำมาโดยตลอด
ครานั้นที่นอกเรือนปี้ปอของฮูหยินผู้เฒ่า เมื่อเห็นนางยืนอยู่กับเจียงสือซวี่ เจียงอวิ๋นฮุ่ยก็แสดงเจตนาร้ายอันแฝงเร้นต่อเจียงหมิงถัง
ต้นตอของความมุ่งร้ายนั้น ย่อมไม่ต้องเอ่ยก็เข้าใจ
ธาตุแท้ของคนเราก็เป็นเช่นนี้
เมื่อก่อนเมิ่งซื่อกับโหวเวยหย่วนดีกับเจียงอวิ๋นฮุ่ยเสมอ นางจึงคิดว่าเป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว
ทว่าเจียงสือซวี่เย็นชากับพี่น้องหญิงคนอื่น ๆ มาโดยตลอด กลับอ่อนโยนกับนางมากกว่าอยู่หลายส่วน
ความอ่อนโยนนั้นจึงยิ่งดูพิเศษขึ้นมา
ยิ่งไปกว่านั้น โหวเวยหย่วนกับเมิ่งซื่อรักใคร่กันดี ในเรือนหลังไม่มีแม้แต่อนุภรรยา ทั้งยังไม่มีบุตรคนอื่น
เช่นนั้นเจียงสือซวี่ บุตรชายเพียงคนเดียว ย่อมต้องเป็นผู้กุมอำนาจในจวนโหวในภายหน้า
