รัชศกหย่งผิงปีที่ 3 เนื่องจากเศษซากราชวงศ์ก่อนก่อความวุ่นวาย หลายพื้นที่ทั่วแคว้นต้าเยว่จึงเกิดกบฏขึ้น
กบฏจำนวนมากปล้นชิงอาวุธ สังหารทหาร ยึดพื้นที่สร้างค่ายตั้งตนเป็นโจร ก่อกรรมทำชั่วสารพัด
ณ ค่ายโจรแห่งหนึ่งในอวี้หนาน มีกองโจรตั้งหลักอยู่ ราชสำนักจึงส่งทหารไปปราบ
เพียงชั่วข้ามคืน แสงดาบก็วูบวาบไปทั่ว
เหล่าโจรที่เคยเสวยสุขอย่างอิสระ ต่างพากันแตกตื่นลนลาน
ทว่ากองทัพตระกูลเจียงซึ่งได้เปรียบอย่างยิ่งยวด กลับมิได้สงบสุขนัก
เดิมทีพวกเขาประจำชายแดนและกำลังเดินทางกลับราชสำนัก คาดไม่ถึงว่าจะถูกส่งมาปราบโจรเป็นการด่วน แม้อาศัยประสบการณ์การรบอันโชกโชน ทำให้ชนะมากกว่าแพ้ แต่ค่ายโจรนั้นตั้งรับง่ายบุกยาก อีกทั้งไม่คุ้นเคยกับภูมิประเทศ จึงตีไม่แตกเสียที
แม่ทัพผู้บัญชาการคือโหวเวยหย่วนแห่งเหอลั่ว ยามนี้เขากลัดกลุ้มจนแทบทนไม่ไหว ทั้งคืนมิอาจข่มตาหลับ ได้แต่จ้องดาวบนฟ้า ฝืนประคองตนให้ผ่านพ้นค่ำคืน
เพราะเมื่อสองวันก่อน เมิ่งซื่อผู้เป็นฮูหยินถูกโจรศัตรูใช้แผนล่อลวงจับตัวไป
ฮูหยินกำลังตั้งครรภ์ หากเกิดเรื่องใดขึ้น เขาคงไม่อาจสงบใจไปตลอดชีวิต
ขณะที่โหวเวยหย่วนกำลังร้อนใจอยู่ในกระโจม ทหารลาดตระเวนก็นำจดหมายฉบับหนึ่งเข้ามาส่ง
บนหน้าซองเขียนไว้เพียงห้าคำว่า แผนที่ภูมิประเทศค่ายโจร
โหวเวยหย่วนตกตะลึง ทั้งเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เมื่อเปิดออกดูแล้วนำไปเทียบกับแผนที่ที่พวกเขายึดมาได้ก่อนหน้านี้ กลับตรงกันทุกประการ ทั้งยังมีการระบุตำแหน่งที่โจรคุมขังสตรีและเด็กเอาไว้ด้วย
“ผู้ใดเป็นคนส่งมา?”
“เรียนท่านโหว เป็นสตรีนางหนึ่งขอรับ”
โหวเวยหย่วนลุกขึ้น “นางอยู่ที่ใด?”
“นางไปแล้วขอรับ เพียงให้ข้าน้อยนำสิ่งนี้มามอบแก่ท่านโหว บอกว่าเป็นข่าวทหารสำคัญ”
“รู้หรือไม่ว่าสตรีนางนั้นมีรูปร่างหน้าตาเช่นไร?”
“เรื่องนี้...” ทหารลาดตระเวนเกาศีรษะอย่างลำบากใจ “นางสวมเสื้อคลุมมีหมวก อีกทั้งเป็นยามค่ำมืด ข้าน้อยจึงมองไม่ชัด แต่พูดสำเนียงอวี้หนาน คงเป็นคนท้องถิ่นขอรับ”
โหวเวยหย่วนขมวดคิ้ว ลังเลไม่อาจตัดสินใจ
หากยกทัพตามแผนที่นี้ แล้วมันเป็นกับดักของอีกฝ่าย มิเท่ากับต้องสูญเสียอย่างหนักหรือ?
แต่หากเป็นแผนที่จริง ก็เท่ากับพลาดโอกาสอันดีไป
