จวนโหวเวยหย่วน
นับตั้งแต่เจียงสือซวี่รับปากเจียงหมิงถังว่าจะไม่จากจวนโหวไป ชีวิตของเขาและความสัมพันธ์กับหมิงถังก็ดูราวกับย้อนกลับไปเป็นดังเดิมในช่วงก่อนเปิดเผยตัวตน
แต่มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าปรารถนาหมิงถังมากเพียงใด อยากอยู่เคียงข้างนางทุกขณะทุกเวลา
เมื่อก่อนเขาไปค่ายทหารคราวหนึ่งก็อยู่ที่นั่นทั้งวัน
แต่ยามนี้แม้แต่ช่วงเที่ยงเขาก็กลับมา เพียงเพื่อพบหมิงถังสักครั้ง
ภายในใจเจียงสือซวี่ไร้ซึ่งความมั่นคง
เพราะเขารู้ดีว่าหมิงถังมิได้เป็นของเขา
เขาไม่เคยเป็นฝ่ายกุมอำนาจตัดสินใจ
ดังนั้นจึงทำได้เพียงใช้วิธีนี้ตอกย้ำการมีอยู่ของตนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
วันนั้นเจียงสือซวี่กลับจากค่าย ตามปกติเขาตั้งใจจะไปเรือนอวี้หลิงเพื่อพบเจียงหมิงถังเป็นสิ่งแรก ทว่าเพิ่งถึงหน้าจวนก็เห็นรถม้าของจวนกั๋วกงจิ้งกั๋ว
แม้ภายนอกจะเล่าลือกันว่าซื่อจื่อแห่งจวนอ๋องน้อยกับตระกูลฉินต่างแย่งกันสู่ขอหมิงถัง แต่มีเพียงคนในจวนโหวเวยหย่วนที่รู้ว่าในเรื่องนี้ยังมีซื่อจื่อฉีอยู่ด้วย
เมื่อนึกถึงท่าทีของฉีเยี่ยนชิงในวันนั้น สีหน้าเจียงสือซวี่ก็พลันมืดครึ้ม
เขาก้าวฉับเข้าไปในจวน เอ่ยเสียงเย็นว่า “ต่อไปหากซื่อจื่อฉีแห่งจวนกั๋วกงจิ้งกั๋วมาถึง ห้ามให้เขาเข้าจวน”
คนเฝ้าประตูรีบรับคำ แล้วได้ยินคุณชายใหญ่ถามต่อว่า “ฉีเยี่ยนชิงไปหาคุณหนูใหญ่หรือไม่?”
คนเฝ้าประตูตอบว่า “เรียนคุณชายใหญ่ ซื่อจื่อฉีมิได้ไปหาคุณหนูใหญ่ เขาบอกว่ามาหาท่าน กำลังชมทิวทัศน์รออยู่ที่ลานด้านหน้า”
เจียงสือซวี่ชะงักฝีเท้า “มาหาข้า?”
“ขอรับ”
“เขาบอกหรือไม่ว่ามีธุระอันใด?”
“มิได้บอกขอรับ”
เจียงสือซวี่ขมวดคิ้ว
ฉีเยี่ยนชิงมาหาเขาด้วยเหตุใด?
หรือคิดจะทำเช่นเดียวกับลู่หวยชวน มาประจบเอาใจเขา หวังอาศัยเขาให้หมิงถังโปรดปรานกระนั้นหรือ?
เจียงสือซวี่แค่นหัวเราะ เช่นนั้นอีกฝ่ายคงมาผิดคนแล้ว
แม้เขาจะรับปากหมิงถังว่าจะเฝ้าดูแลนางไปชั่วชีวิต ไม่บีบบังคับให้นางแต่งกับตน
แต่เขาไม่เคยรับปากว่าจะปล่อยให้นางแต่งกับผู้อื่น
เจียงสือซวี่เข้ามาถึงลานด้านหน้า ก็เห็นฉีเยี่ยนชิงนั่งอยู่หน้าโต๊ะหินกลางลาน
