สองวันก่อน หลังมู่กวนหลานกลับจากวังหลวง สีหน้าก็บึ้งตึงไม่สบอารมณ์
จิงเจ๋อถามไถ่จึงได้รู้ว่า ที่แท้เขากับคู่หมั้นของแม่นางเจียงลงไม้ลงมือกัน
ส่วนแม่นางเจียงกลับเอาแต่เป็นห่วงอีกฝ่าย จนมองข้ามท่านเจ้าหอไปเสียสนิท
จิงเจ๋อจึงปลอบเขาว่า “ท่านเจ้าหอ อย่างไรเสียอีกฝ่ายก็เป็นคู่หมั้นของแม่นางเจียง นางจะเป็นห่วงเขาก็เป็นเรื่องปกติขอรับ”
มู่กวนหลานพลันไม่สบอารมณ์ขึ้นมา ทว่าคำแรกที่เอ่ยกลับเป็น “อดีตคู่หมั้น”
“...ได้ ๆ อดีตคู่หมั้นก็อดีตคู่หมั้น แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็เคยมีใจให้กัน ส่วนท่านกับแม่นางเจียงก็หาได้มีเยื่อใยต่อกันไม่ นางย่อมเข้าข้างอีกฝ่ายอยู่แล้ว”
“ไม่ใช่เจ้าพูดเองหรือว่านางชอบข้า?”
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ มู่กวนหลานก็พลันขุ่นเคือง ยกเท้าเตะจิงเจ๋อทันที “ใครใช้ให้เจ้าพูดเหลวไหล?!”
จิงเจ๋อหลบวูบอย่างคล่องแคล่ว พลางหัวเราะคิกคักหลบเท้านั้นไปได้
ในคราวที่เขาตกทุกข์ได้ยาก ท่านเจ้าหอเป็นผู้ช่วยชีวิตเขากลับมา
เมื่อเป็นคนก็ย่อมต้องรู้คุณและตอบแทนบุญคุณ
เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่ถือสาท่านเจ้าหอผู้ไร้เหตุผล แต่เลือกปลอบอีกฝ่ายต่อไป
“ท่านเจ้าหอ ข้าคิดว่าแม่นางเจียงใส่ใจท่าน ลองคิดดูสิ หากไม่กลัวว่าท่านจะก่อเรื่องจนเกิดภัย นางจะห้ามให้ท่านรู้จักรักษากฎระเบียบหรือ?”
มู่กวนหลานแค่นเสียงเย็น “นางกลัวข้าจะทุบตีอดีตคู่หมั้นของนางต่างหาก!”
จิงเจ๋อไม่เห็นด้วย “หากนางทำไปเพื่ออดีตคู่หมั้นจริง ๆ นางก็แค่ตบหน้าท่านสองฉาดเพื่อแก้แค้นให้อีกฝ่ายก็พอ แต่นางทำเช่นนั้นหรือ?”
“...ไม่”
“ใช่หรือไม่ อีกอย่าง ตามที่ท่านเล่า เดิมทีแม่นางเจียงตั้งใจจะมาเอาเรื่องท่าน แต่พอเห็นบาดแผลของท่าน นางกลับถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้น นี่ไม่ใช่เพราะชอบท่านหรือ?”
