เหนือหมู่เมฆ กู่ชิงเฟิงได้ยินถ้อยคำไร้เดียงสานั้น มุมปากก็อดยกยิ้มขึ้นไม่ได้
ครึ่งก้านธูปต่อมา ยวนหนวนหน่อก้าวขาสั้น ๆ แสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนลอบเดินเข้ามาจากนอกตำหนัก
มือเล็กสองข้างที่ซ่อนไว้ด้านหลังยังเปื้อนขนกระต่ายสีขาวกับเศษหญ้าแห้งอยู่หลายเส้น
“ท่านอาจารย์ หนวนหน่อกลับจากเล่นแล้วเจ้าค่ะ”
เจ้าตัวเล็กเงยใบหน้าขึ้น ดวงตากลมโตเป็นประกายพร่างพราว ใบหน้าเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา
กู่ชิงเฟิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สายตาหยุดอยู่ที่เชือกผมสีแดงบนกระหม่อมของนางซึ่งยุ่งเหยิงเล็กน้อย ก่อนจะกวักมือเรียก
“มานี่”
ยวนหนวนหน่อขยับเท้าเข้าไปหาอย่างว่านอนสอนง่าย แล้วปีนขึ้นไปนั่งบนตักของเขาอย่างเชื่อฟัง
กู่ชิงเฟิงยื่นมือจัดจุกผมที่ถูกเสียดสีจนยุ่งให้เข้าที่ ปลายนิ้วค่อย ๆ หยิบใบหญ้าแห้งที่ติดอยู่บนเส้นผมของนางออก
“ไปเล่นที่ไหนมา? ชายเสื้อเปื้อนน้ำหญ้า”
หัวใจของเจ้าตัวเล็กเต้นสะดุดไปจังหวะหนึ่ง มือเล็กนุ่มทั้งสองข้างกำสาบเสื้อของเขาแน่น ดวงตาหลบล่อกแล่กไปมา
“ก็...ก็ไปดูนกที่ป่าไผ่เจ้าค่ะ ไม่ได้ไปที่อื่นเลยนะ!”
กู่ชิงเฟิงมีรอยยิ้มแฝงอยู่ในแววตา แต่ไม่ได้เปิดโปงคำโกหกแสนซื่อที่ฟังไม่ขึ้นของนาง เพียงเลื่อนจานผลไม้ฉ่ำน้ำที่เพิ่งหั่นเสร็จไปตรงหน้านาง
