ตามที่โจวเทียนหนานว่าไว้ นี่คือทั้ง ‘ให้ยืมชีวิต’ และ ‘การเสริมดวงชะตาด้วยการแต่งงาน’!
เพราะคนที่เสนอแนะโจวเทียนหนานบอกว่า ชีวิตนี้ต้องถูกยืมอย่างเปิดเผย จึงต้องจัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่
“แต่ว่า ในฐานะที่ข้าโจวเทียนหนานเป็นเจ้าพ่อเมืองลั่วชวน ย่อมต้องถือการรับเขยเป็นหลัก ขอเจ้าอย่าได้ถือสา”
โจวเทียนหนานพูดจบก็ปรบมือ ทันใดนั้นสาวใช้หลายคนก็ทยอยเข้ามาในห้อง ถือของใช้ในงานแต่งงานรวมถึงชุดแต่งงาน
หลินเฟิงไม่มีปัญหาอะไรกับเรื่องนี้
เขารู้ว่านี่เป็นแค่การแสดง เขาไม่อาจเป็นเขยตระกูลโจวได้จริง ๆ
อย่างน้อยตอนนี้ก็เป็นไปไม่ได้
“อาการของลูกสาวข้าเป็นความลับต่อคนนอก ประกาศแค่ว่าพักรักษาตัวที่บ้าน”
“ดังนั้น อีกสักพักข้าจะหาคนมาเป็นตัวแทนลูกสาวข้าเพื่อทำพิธีแต่งงานกับเจ้า ตอนนั้นพวกเจ้าอาจต้องคอยรินเหล้าให้แขกด้วย”
โจวเทียนหนานกำชับ
“ครับ ๆ ไม่ใช่ครั้งแรกที่แต่งงานนี่ครับ”
หลินเฟิงพูดจบ โจวเทียนหนานก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มจาง ๆ
ใช่แล้ว เขาลืมไปเลยว่าหลินเฟิงเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง เพียงแต่ตอนนี้เหมือนกำลังหย่ากันอยู่
……
งานเลี้ยงแต่งงานเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
จัดขึ้นในคฤหาสน์ของตระกูลโจว
ผู้ที่มาร่วมงานล้วนเป็นผู้มีชื่อเสียงในวงการต่าง ๆ ของเมืองลั่วชวน แม้แต่บุคคลสำคัญจากมณฑลก็มาหลายคน
เพราะในฐานะเจ้าพ่อเมืองลั่วชวน ตระกูลโจวต้องจ่ายภาษีปีละไม่น้อยเลยทีเดียว
“เขยตระกูลโจวคนนี้ มีประวัติยังไง?”
“ไม่รู้สิ ได้ยินว่าชื่อหลินเฟิง ดูเหมือนไม่มีภูมิหลังอะไร”
“ข้าได้ยินมาว่า จู่ ๆ คุณหนูตระกูลโจวก็พักการเรียนไปปีกว่าแล้ว พวกเจ้าว่า เป็นไปได้ไหมที่ไอ้หนูนี่จะทำให้คุณหนูตระกูลโจวท้องก่อนแต่ง?”
“เจ้าหมายความว่า ที่คุณหนูตระกูลโจวพักการเรียนก็เพราะท้องกับหลินเฟิง?”
“เยี่ยม! แบบนี้มันก็อาศัยลูกเกาะบารมีเมียสิ?”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ไอ้นี่ก็เจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว!”
แขกบางคนรวมหัวกัน เม้าท์มอยวิจารณ์หลินเฟิงเสียงเบา
หลินเฟิงเดินผ่านมาพอดี ทุกคนก็เงียบฉี่
หลินเฟิงเห็นดังนั้นก็ได้แต่ยิ้มให้
จะหาว่าเป็นเขย ก็ได้ จะหาว่าเกาะผู้หญิงกิน ก็เอาเถอะ
ยังไงจุดประสงค์ของเขาก็บรรลุแล้ว! รวบรวมค่ารักษาพยาบาลให้แม่ได้แล้ว!
แต่ว่าพรุ่งนี้หลินเฟิงยังต้องไปโรงพยาบาล
เพราะแม้ว่าหมอเจ้าของไข้จะรับงานจากหลินเฟิง และพาตัวเสิ่นฝูเม่ยไปโรงพยาบาลแล้ว
แต่เพราะหลินเฟิงถูกส่งตัวไปสถานกักกัน เสิ่นฝูเม่ยก็ร้องโวยวายจะเจอหลินเฟิง ไม่ยอมผ่าตัด
หลังจากหลินเฟิงออกจากสถานกักกัน ก็ติดต่อเสิ่นฝูเม่ย ถึงได้ทำให้เธอใจเย็นลง
……
พิธีการงานเลี้ยงดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
ประมาณสองทุ่มครึ่งก็จบลง
แขกเหรื่อทยอยกลับ
หลังจากเป็นเพื่อนโจวเทียนหนานส่งแขกคนสุดท้าย ก็ถึงขั้นตอน ‘เข้าหอ’
“หนุ่มน้อย ข้าจัดเตียงใหม่มาให้เจ้างั้น ๆ เจ้าก็แค่อยู่ในห้องลูกสาวข้า อย่าได้คิดทำอะไรที่ไม่สมควรเด็ดขาด!”
โจวเทียนหนานก็กลัวหลินเฟิงไม่อยู่เฉย
เพราะตอนนี้ลูกสาวของเขาเป็นสภาพเจ้าหญิงนิทรา หากหลินเฟิงคิดจะทำอะไรจริง ๆ โจวซูเหยาก็ได้แต่ถูกปล่อยให้ทำตามอำเภอใจ
หลินเฟิงพยักหน้า “ผมเข้าใจ ไม่แตะต้องเธอแม้แต่เส้นเดียว”
มาถึงห้องของโจวซูเหยา
หลินเฟิงก็พบเตียงใหม่เอี่ยมตามคาด
ป้ายราคายังไม่ทันได้แกะ
หลินเฟิงหยิบป้ายขึ้นมาดู
เฮ้ย! 380,000!
นี่มัน “งั้น ๆ” เนี่ยนะ?
สมกับเป็นพวกเศรษฐี ของงั้น ๆ ของพวกเขาก็คือระดับสุดยอดที่คนธรรมดาไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง!
วางป้ายลง หลินเฟิงเดาว่าโจวเทียนหนานคงติดกล้องวงจรปิดในห้องของโจวซูเหยาแน่
เป็นจริงอย่างที่คิด แค่กวาดตามอง เขาก็เจอกล้องสองตัว
“จิ้งจอกเฒ่า จงใจไม่บอก”
โจวเทียนหนานเมื่อกี้แค่กำชับให้เขาทำตัวดี ๆ แต่ไม่ได้บอกว่ามีกล้องในห้องด้วย เจ้าเล่ห์จริง ๆ
แต่ว่า โจวเทียนหนานคงคิดผิดแล้วล่ะ
เพราะมีบางสิ่งที่กล้องจับไม่เห็น!
ตัวอย่างเช่น!
“หยวนเสิน”!
หลังจากกลายเป็นร่างสุริยะ ในความทรงจำของเขาก็มีบทเริ่มต้นการฝึกฝนอยู่บทหนึ่ง “บทสานสัมพันธ์จิต”!
วิชาบ่มเพาะนี้ สามารถเข้าไปใน ‘ห้วงความฝัน’ ของอีกฝ่าย และ ‘ร่วมจิต’ กับอีกฝ่ายได้!
ที่เจ๋งกว่านั้นคือ ในความเป็นจริงกับการ ‘ร่วมจิต’ สามารถทำพร้อมกันได้!
เท่ากับมี ‘ความสุขสองเท่า’ และ ‘ความเร็วในการฝึกฝนสองเท่า’!
แต่ตอนนี้ สภาพของโจวซูเหยาทำได้แค่การร่วมจิตเท่านั้น
หลินเฟิงถอดรองเท้า ขึ้นไปบนเตียง นั่งขัดสมาธิ
จากนั้นค่อย ๆ โคจร ‘บทสานสัมพันธ์จิต’ อย่างเงียบ ๆ
หากมีผู้รู้อยู่ด้วย จะมองเห็นว่า บนหัวของหลินเฟิงกำลังมีควันขาวลอยขึ้นมาเป็นพัก ๆ
ควันขาวเหล่านี้รวมตัวกัน ค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่าง
ในที่สุดก็กลายเป็นหลินเฟิงร่างจิ๋ว
หลินเฟิงร่างจิ๋วก้มลงมองร่างตัวเองที่นั่งอยู่บนเตียง ร่างนั้นก็เงยหน้าขึ้นสบตาหลินเฟิงร่างจิ๋ว
“ตัวเองจ้องตัวเอง? นี่คือสภาวะหยวนเสิน? มหัศจรรย์จริง ๆ”
หลินเฟิงเคยอ่านนิยายออนไลน์มาไม่น้อย การรวมตัวของหยวนเสิน ดูเหมือนจะมีเพียงนักพรตระดับสูงเท่านั้นที่ทำได้
ตัวเองแค่เพิ่งเริ่มต้น ก็สามารถรวมหยวนเสินได้! ก็นับว่าเจ๋งแล้ว!
“หยวนเสินหลินเฟิง” มองไปทางโจวซูเหยา จากนั้นก็ลอยเข้าไปหาเธอ
คาถาเคล็ดวิชาเริ่มทำงานอีกครั้ง “หยวนเสินหลินเฟิง” ค่อย ๆ สลายตัว กลับกลายเป็นควันขาวอีกครั้ง แล้วมุดเข้าไปทางหว่างคิ้วของโจวซูเหยา
……
ในโลกแห่งจิตสำนึก
หนาว!
ทันทีที่หยวนเสินของหลินเฟิงเข้าไปในโลกจิตสำนึกของโจวซูเหยา ก็รู้สึกถึงความหนาวยะเยือกถึงกระดูก
โลกจิตสำนึกของโจวซูเหยาเป็นทุ่งหิมะเวิ้งว้าง!
หลินเฟิงเดินเตร็ดเตร่ไปอย่างไร้จุดหมายในทุ่งหิมะ
ทันใดนั้น ด้านหน้าก็ปรากฏอะไรบางอย่าง
นั่นคือเตียงน้ำแข็ง!
โจวซูเหยานอนอยู่บนเตียงน้ำแข็ง!
หลินเฟิงรีบเข้าไปใกล้ พบว่าตอนนี้โจวซูเหยาหลับตาสนิท ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
ส่วนบนหัวของเธอ มีเดือนเสี้ยวเย็นเยียบอยู่ดวงหนึ่ง!
“หนาว... หนาวจัง...”
นี่เป็นครั้งแรกที่หลินเฟิงได้ยินเสียงของโจวซูเหยา อ้อนแอ้นน่าฟังนิด ๆ
“ได้ยินที่ผมพูดไหม?”
หลินเฟิงก้มลงไปใกล้หูโจวซูเหยา ถาม
“ฉันหนาวจัง...”
โจวซูเหยาเอาแต่พร่ำบอกว่า “หนาว” ซ้ำไปซ้ำมา
และในตอนนั้นเอง จากอกของหลินเฟิง มีดวงอาทิตย์ร้อนระอุเล็ก ๆ ดวงหนึ่งวิ่งออกมา
ดวงอาทิตย์น้อยกับเดือนเสี้ยวส่งพลังถึงกันจากระยะไกล ราวกับเกิดความรู้สึกเชื่อมโยงบางอย่าง
“อบอุ่นจัง...”
โจวซูเหยากลับลืมตาขึ้น เธอมองหลินเฟิงแวบหนึ่ง ก่อนจะจับจ้องไปที่ดวงอาทิตย์น้อยตรงหน้าอกของหลินเฟิง
“เอามาให้ฉัน... ฉันต้องการ...”
ในแววตาของโจวซูเหยาเต็มไปด้วยความปรารถนาต่อดวงอาทิตย์
หลินเฟิงสัมผัสถึงเจตจำนงของโจวซูเหยาได้อย่างชัดเจน
ดวงอาทิตย์และเดือนเสี้ยว ต่างก็ยิงลำแสงสายหนึ่งออกมา เชื่อมโยงเข้าหากัน
แสงสว่างค่อย ๆ เจิดจ้าขึ้น เกิดรังไหมแสงขนาดมหึมาห่อหุ้มทั้งหลินเฟิงและโจวซูเหยาไว้ภายใน
เสื้อผ้าหลายชิ้นปลิวออกมาจากรังไหมแสง
ภายในรังไหม เงาร่างสองร่างที่เคลื่อนไหวเป็นจังหวะปรากฏขึ้นลาง ๆ
……
ในความเป็นจริง
ร่างของหลินเฟิงกระตุกวาบ ก่อนจะลืมตาขึ้น
“การปรับสมดุลหยินหยางครั้งแรก กลับเป็นด้วยวิธีการร่วมจิต...”
หลินเฟิงหันไปมองโจวซูเหยา
ตอนนี้โจวซูเหยากำลังครางเบา ๆ ดูเหมือนกำลังเคลิ้มถึงการร่วมจิตเมื่อครู่นี้
“กะประมาณอีกสามครั้งในการปรับสมดุลหยินหยาง เธอก็น่าจะควบคุมไอเย็นในร่างได้ แล้วฟื้นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์”
“สามครั้ง...”
นั่นก็หมายความว่า หลินเฟิงจะอยู่ที่ตระกูลโจวได้อีกอย่างมากสามคืน หลังจากสามคืนนี้ เป็นไปได้สูงที่เขาจะถูก ‘เชิญออกไป’
“ข้าต้องใช้ประโยชน์จากโอกาสสามครั้งที่เหลือนี้ให้ดี!”
วันนี้ไม่เหมือนวันก่อน หลินเฟิงได้ก้าวเดินบนเส้นทางสายพิเศษแล้ว
เขาจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรทุกอย่างรอบตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเสริมสร้างตัวเองให้แข็งแกร่ง
แล้วจึงก้าวสู่เส้นทางแห่งการเป็นสุดยอดผู้ไร้เทียมทาน!
ทันใดนั้น หลินเฟิงก็ตัวสั่น
แต่เขาไม่ได้ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย กลับเต็มไปด้วยความยินดี
มาแล้ว!
พลังที่ได้รับหลังจากการปรับสมดุลหยินหยางครั้งแรกปรากฏแล้ว!
“นี่มัน...”
“คัมภีร์หมอเทวดา ไร้โรคใดรักษาไม่หาย วิชาแพทย์ระดับเทพ!”