"ไอ้หนู ฝีมือโหดดีนี่หว่า! คนที่มึงอัดเนี่ย สงสัยจะไม่รอดคืนนี้!"
ระหว่างทางไปโรงพัก หัวหน้าหน่วยสวาทแจ้งอาการของหวังวั่นไฉให้นายหลินฟัง หลังจากได้รับรายงานจากโรงพยาบาล
"มันสมควรแล้ว!"
หลินฟิงตอบอย่างเย็นชา
"มึงคงต้องติดคุกแน่ๆ ไม่เสียใจเหรอ?"
หัวหน้าหน่วยสวาทจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้า
"ไม่เสียใจ!"
ก็ปกป้องครอบครัวนี่ จะเสียใจอะไร?
"ดีมาก ไอ้หนุ่ม ลูกผู้ชายมีไข่!"
หัวหน้าหน่วยสวาทพยักหน้าน้อยๆ แววตาชื่นชมหลินฟิงอย่างเปิดเผย
ที่จริงเขาก็น่าจะได้นั่งเก้าอี้ผู้บังคับการแล้ว แต่ปีนั้นพาลูกสาวไปสวนสนุกตอนอยู่มัธยมต้น ดันเจอพวกวัยรุ่นผมทองมาลวนลามลูกสาว เขาเลยออกมือ ต่อยไอ้พวกนั้นจนพิการ
สุดท้ายควักเงินเป็นล้านถึงยอมความกับครอบครัวพวกมัน แต่เส้นทางราชการของเขาก็ดับวูบ
เขาสืบรู้เรื่องที่หลินฟิงลงมือตั้งแต่ต้นจนจบเรียบร้อยแล้ว
หลินฟิงก็แค่ปกป้องครอบครัวตัวเอง! เพราะงั้นเขาเลยนับถือหลินฟิงว่าเป็นลูกผู้ชายตัวจริงจากใจ
"แต่ฉันต้องเตือนมึงไว้ก่อนนะ ไอ้คนที่โดนมึงเตะไข่แตกเนี่ย มันมีที่มาไม่ธรรมดา บางทีอาจจะยุ่งยากกว่าหวังวั่นฉายอีก!"
หัวหน้าหน่วยสวาทตักเตือนด้วยความหวังดี
ในฐานะหัวหน้าหน่วยสวาท เขาก็ต้องคลุกคลีกับคนทุกชนชั้นในสังคมอยู่บ่อยๆ
หวังวั่นฉายเขารู้จัก เป็นพ่อค้านอกระบบ
ส่วนคนที่โดนหลินฟิงเตะไข่แตกก็รู้จักเหมือนกัน เป็นนักเลงมือพระกาฬ ส่วนพี่ชายของมันคุมธุรกิจสีเทาอยู่ไม่น้อย มีอำนาจอิทธิพลกว้างขวาง
ตำรวจหาหลักฐานสำคัญไปจับมันไม่เจอน่ะสิ
"คนเราตายแล้วก็แค่นอนหงายขึ้นฟ้า จะไปกลัวไข่เหี้ยอะไร!"
ค่าผ่าตัดให้แม่หมดห่วง
ขาดจากสวีน่าไม่ต้องเป็นหมารับใช้อีกต่อไป
อีกทั้งยังได้รับร่างสุริยะ
ตอนนี้ในอกของหลินฟิงเต็มไปด้วยความสบายอกสบายใจ ไม่กลัวสิ่งใดอีกแล้ว!
"ฮ่าๆๆ! ไอ้หนุ่ม พูดจาห้วนๆ แต่ความหมายไม่ห้วน! ถูกใจภูสุดๆ!"
เสิ่นไห่หลงตบบ่าหลินฟิงพลางหัวเราะเสียงดัง
...
ไม่นาน
คำพูดของเสิ่นไห่หลงก็ดูเหมือนจะเป็นจริง
ไม่ต้องผ่านกระบวนการอะไรเลย หลินฟิงถูกโยนเข้าห้องขังในเรือนจำทันที
แต่ยังอยู่ได้ไม่นาน นักโทษก็มาแจ้งว่ามีคนมาเยี่ยม
ทีแรกหลินฟิงนึกว่าเป็นแม่ของตัวเอง เสิ่นฝูเม่ย แต่พอเจอหน้ากัน ดันเป็นชายวัยกลางคน
ใส่เสื้อยืดสีดำ มีรอยสักเสือขาวที่แขนขวา
หลินฟิงเดาตัวตนของคนๆนี้ได้ทันที
"พี่ชายของไอ้ไข่แตก?"
ตึง!
หม่าต้าไขว่ทุบโต๊ะลุกพรวด ขนหัวลุกทันที
"ไอ้หนู มึงนี่ปากดีนักนะ? เชื่อไหมว่าภูจะทำให้มึงเดินออกจากเรือนจำไม่ได้?"
เจ้าหน้าที่รักษาการณ์ข้างๆ ขมวดคิ้วน้อยๆ
ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ยังกล้าข่มขู่ผู้ต้องสงสัย?
ใครกันแน่ที่ปากดี?
หลินฟิงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ส่ายหัว "ไม่เชื่อ"
หม่าต้าไข่วบีบหมัดทั้งสอง เส้นเลือดปูดโปน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
"มึงรอดูเถอะ!"
หม่าต้าไข่คิดหาวิธีได้แล้ว
เขากะจะส่งลูกน้องสองสามคนเข้าไปในเรือนจำ ให้ไปอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับหลินฟิงสักหน่อย
มองตามหม่าต้าไขว่ไป หลินฟิงถึงจะไม่รู้ว่ามันจะเล่นแผลงๆอะไร แต่ก็มั่นใจว่าพรุ่งนี้ตัวเองมีโอกาสสูงมากที่จะได้ออกจากเรือนจำ
เพราะเขาเชื่อ ถ้าเขาออกไปไม่ได้ จะต้องมีคนร้อนใจมากแน่!
...
เที่ยงวันรุ่งขึ้น 12 นาฬิกา
ภายในคฤหาสน์สกุลโจว
โจวเทียนหนานมองดูนาฬิกาข้อมือทุกไม่กี่นาที
ไอ้หลินฟิงนี่ทำไมยังไม่มาอีก?
ไม่ใช่เอาเงินหนีไปแล้วหรอกนะ?
ถ้าหลินฟิงทำแบบนั้นจริง เขาสาบานจะหาคนไปจัดการสั่งสอนหลินฟิง
"คุณโจวครับ ผมสืบมาแล้ว หลินฟิงถูกจับเข้าเรือนจำไปแล้ว"
ลูกน้องรายงานข่าวที่สืบได้ให้โจวเทียนหนานฟัง
"อะไรนะ!"
โจวเทียนหนานดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้
คนๆนี้อยู่ดีๆ ไหงไปเข้าเรือนจำได้?
ลูกสาวตัวเองยังรอให้มัน "ให้ยืมชีวิต" อยู่นะ!
แบบนี้มันไม่ได้นะ!
"เร็วเข้า ไปเอาคนออกมาให้ข้า!"
...
ทางด้านหม่าต้าไขว่
จัดการส่งลูกน้องสองสามคน แกล้งไปดักลวนลามคนเดินถนน
สุดท้ายแล้ว พวกลูกน้องพวกนี้ก็สมใจหมาย โดนจับข้อหาอาละวาดก่อความวุ่นวาย
"พี่ใหญ่สบายใจได้เลย พวกเราจะจัดการสั่งสอนไอ้หลินฟิงนั่นอย่างดีเลย!"
ก่อนจะเข้าเรือนจำ ลูกน้องสองสามคนนั้นก็แสดงความภักดี
"ถ้าทำให้ขาพิการสักข้างหรือแขนหักสักข้าง ข้าจะให้เงินค่าทำขวัญห้าแสน! ถ้าทำให้มันไร้ลูกไร้หลาน ข้าจะให้ค่าทำขวัญหนึ่งล้าน!"
ได้ยินหม่าต้าไขว่ใช้เงินเป็นทั้งแรงจูงใจและของล่อใจ แววตาของลูกน้องพวกนี้ก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
ในใจตั้งปณิธานหนักแน่นขึ้นไปอีก ต้องสอนหลินฟิงให้สาสมแน่
ประตูเรือนจำเปิดออก
"บังเอิญจังเลยนะ มาหาข้าเหรอ?"
หลินฟิงเดินออกมาภายใต้การนำของเจ้าหน้าที่
เจอหม่าต้าไขว่แล้ว ก็ยิ้มทักทาย
"มึง..."
หม่าต้าไขว่เห็นหลินฟิงแล้ว ก็แปลกใจไม่น้อย
"ข้าไปก่อนละนะ"
หลินฟิงโบกมือให้หม่าต้าไขว่ จากนั้นก็ขึ้นรถเก๋งที่จอดรอข้างทาง
หม่าต้าไขว่ถึงกับอ้าปากค้างตาค้าง
เขา...ออกมาได้ไง?
"พี่ใหญ่ เราเอายังไงดี?"
พวกลูกน้องก็งงไปหมด
พวกมันเข้าไปแล้ว แต่หลินฟิงออกมา!
แบบนี้พวกมิโดนจับฟรีไม่ใช่เหรอ?
ไม่ได้ทำอะไรเลย แถมยังมีประวัติติดตัวมาแบบงงๆอีก!
นี่มันขาดทุนย่อยยับชัดๆ!
หม่าต้าไขวกัดฟันกรอด รีบโทรศัพท์ไปสืบข่าวทันที
พอรู้ว่าใครเป็นคนพาหลินฟิงออกมาจากเรือนจำ ก็ได้แต่สบถอย่างเจ็บใจ "เวร!"
"โจวเทียนหนาน! มึงรอภูดูเถอะ!"
หม่าต้าไข่วรู้จักโจวเทียนหนานดี ทั้งสองเป็นคู่แข่งกันเรื่องธุรกิจ
ตอนนี้ เพราะเรื่องของหลินฟิง ความแค้นของทั้งคู่ยิ่งลึกขึ้นไปอีก
...
คฤหาสน์สกุลโจว
"เรื่องทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ข้าเข้าใจดีแล้ว"
"เรื่องหวังวั่นฉาย ข้าจัดการให้มึงแล้ว แต่ทางพี่น้องสกุลหม่านั่น ยังลำบากอยู่หน่อย"
"แต่พวกนั้นไม่ถือเหตุผล ถ้าจะขึ้นศาลกันจริงๆ โอกาสที่มึงชนะก็มีสูง สุดท้ายอย่างมากก็แค่ชดเชยทางแพ่ง"
"แค่ว่า จำนวนค่าเสียหายนี่ อาจจะเยอะอยู่สักหน่อย"
หลินฟิงฟังแล้วก็เข้าใจความนัยของโจวเทียนหนาน
ก็แค่อยากให้ตัวเอง "ให้ยืมชีวิต" ลูกสาวเขามากขึ้น! จากนั้นเขาก็ให้ค่าตอบแทนเพิ่มหน่อย เอาไว้ใช้เป็นค่าชดเชย
"ให้แม่ข้าผ่าตัด ก็ใช้เงินไปสามแสนแล้ว เหลืออีกเจ็ดแสนไม่รู้พอจ่ายไหม"
แต่หลินฟิงก็ไม่รีบเปิดโปง
"เอาอย่างนี้แล้วกัน ไม่ว่าทางนั้นจะเรียกร้องค่าเสียหายเท่าไหร่ ข้าจะเป็นคนรับผิดชอบให้ทั้งหมด"
"แต่ มึงต้องอยู่กับลูกสาวข้าเพิ่มอีกหลายคืนหน่อย มึงว่าไง?"
หางจิ้งจอกเฒ่าก็โผล่ออกมาจนได้ ในที่สุดก็พูดความต้องการของตัวเองออกมา
หาได้รู้ไม่ว่านี่คือผลประโยชน์มหาศาลสำหรับหลินฟิง!
เขาอยากอยู่ข้างกายโจวซูเหยาตลอดไป อยู่กับนางทุกวี่วันคอย "ปรับสมดุลหยินหยาง"! เพื่อเสริมพลังตัวเอง!
แต่ว่า หลินฟิงไม่ได้ตอบตกลงทันที กลับแกล้งทำหน้าเหมือนลำบากใจ "มันคงมีผลกระทบกับตัวข้านะ..."
"ตัวมึงก็ยังหนุ่มยังแน่น แถมยังนับเป็นการสั่งสมบุญกุศล ไม่แน่ก็จะหักล้างอายุขัยที่ถูกยืมไปนั่นได้พอดี"
โจวเทียนหนานมุ่งมั่นจะรั้งตัวหลินฟิงเอาไว้ คำพูดมั่วๆซั่วๆจึงหลุดออกมาหมด
"งั้นก็ได้"
หลินฟิงตกลงไปอย่าง "จำใจ"
โจวเทียนหนานยิ้มพยักหน้า พอใจมาก
มุมปากของหลินฟิงยกโค้งเป็นเส้นโค้งขึ้นมา จะยิ้มก็ยิ้มไป! อีกเดี๋ยวพอข้าแอบเข้าบ้านมึงปุ๊บ ดูมึงจะยิ้มออกไหม!
เขาหลินฟิงต่างหาก คือผู้ชนะที่แท้จริง!