“……”
เจียงมั่วมั่วมึนงงจนหัวแทบระเบิด พยายามรวบรวมข้อมูลที่พอจับใจความได้
เธอทะลุเข้ามาในนิยาย
นางเอกคือเจียงอ้ายเหลียน ลูกพี่ลูกน้องคนโต ส่วนเจียงหงอวิ๋น ลูกพี่ลูกน้องคนรองเป็นนางร้าย
เรื่องราวในนิยายเริ่มต้นตอนที่ลูกพี่ลูกน้องทั้งสองอายุ 13 ปี มีคนมาทาบทามสู่ขอ
มีแม่สื่อมาแนะนำลูกชายคนโตของบ้านคนฆ่าหมูให้เจียงอ้ายเหลียน ตอนนั้นทั้งเจียงอ้ายเหลียนและพ่อแม่ของนางต่างก็ยินดีอย่างยิ่ง
แต่งเข้าบ้านคนฆ่าหมูก็ไม่ต้องกลัวอด แถมยังได้กินเนื้อทุกมื้อ
แต่ไม่นานก็มีแม่สื่ออีกคนมาที่บ้าน บอกว่าจะแนะนำเจียงหงอวิ๋นให้กับหลานชายคนเล็กของผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นบัณฑิตหนุ่ม
ที่สำคัญคือ หลังตกลงกันได้ไม่กี่เดือน ฝ่ายชายก็เข้าสอบถงเซิงและสอบผ่าน!
คราวนี้เจียงอ้ายเหลียนกับแม่ของนางจึงเริ่มดูแคลนลูกชายคนโตของบ้านคนฆ่าหมู
ตอนแรกเจียงอ้ายเหลียนตั้งใจจะแย่งคู่หมายของเจียงหงอวิ๋น แต่ลองกี่ครั้งก็ล้มเหลว
ในที่สุด หลังหลานชายคนเล็กของผู้ใหญ่บ้านสอบได้ซิ่วไฉและแต่งงานกับเจียงหงอวิ๋น นางก็เปลี่ยนแผน ไปพัวพันกับคุณชายจากตระกูลใหญ่ในเมืองอำเภอ แล้วนั่งเกี้ยวเล็กเข้าประตูข้างไปเป็นอนุ
ผลลัพธ์น่ะหรือ คงเดาได้ไม่ยาก
สามปีต่อมา ตอนสามีของเจียงหงอวิ๋นซึ่งสอบได้จวี่เหรินพานางเข้าเมืองหลวงเพื่อเข้าสอบฮุ่ยซื่อ ร่างกายของเจียงอ้ายเหลียนก็ทรุดโทรมจนถึงขั้นลุกจากเตียงไม่ได้แล้ว
จากนั้นก็ย้อนกลับมาเกิดใหม่ในตอนที่… เอ๊ะ?
จู่ ๆ เจียงมั่วมั่วก็ได้สติขึ้นมา
เดี๋ยวก่อน เจียงอ้ายเหลียนย้อนกลับมาเกิดใหม่ตรงจังหวะนี้นี่นา
กางเกงตัวใหญ่ของแม่เจียงอ้ายเหลียนถูกซักจนพัง เจียงอ้ายเหลียนกล่าวหาว่าเจียงมั่วมั่วเป็นคนซักจนพัง พอเห็นว่ากำลังจะโดนตี เจียงมั่วมั่วก็วิ่งหนีออกไป แต่ดันสะดุดธรณีประตู ล้มหัวฟาดจนตาย!
พอเกิดเรื่องขึ้น แม่ลูกเจียงอ้ายเหลียนก็ยืนกรานว่าเจียงมั่วมั่ววิ่งซนจนสะดุดล้มตายเอง จะมาโทษใครไม่ได้
แม่ของเจียงมั่วมั่วจึงเลิกเถียง เดินเข้าไปคว้าหัวเจียงอ้ายเหลียนแล้วฟาดลงอย่างแรง
โต๊ะสี่เหลี่ยมแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ และเจียงอ้ายเหลียนก็หัวแตก…ย้อนกลับมาเกิดใหม่สำเร็จ
เจียงมั่วมั่วยกมือขึ้นคลำหน้าผาก “ซี๊ด…!”
ให้ตายเถอะ เจ็บแค่ทีเดียว อาการมึนหัวงงงวยก็หายไปหมดเลย
เธอมองเจียงอ้ายเหลียนที่กำลังสะอึกสะอื้นอยู่ในมือของพ่อเจ้าของร่างเดิม ก่อนจะลุกออกจากอ้อมแขนแม่ของร่างเดิม
“หึ!”
เธอหัวเราะเยาะแล้วพูดประชดประชันว่า “ใช่ ๆ พี่สาวคนโตพูดถูก ข้าอิจฉาที่พี่ผิวคล้ำกว่า ตัวบึกบึนกว่า แล้วยังหน้าตาน่าเกลียดกว่าข้า
เพราะข้าเบื่อก็เลยแย่งไปช่วยซักเสื้อผ้าให้พี่ จะได้ซักกางเกงของแม่พี่จนพัง แล้วทำให้พี่โดนด่า”
“……” เสียงสะอึกสะอื้นของเจียงอ้ายเหลียนชะงักไปครู่หนึ่ง
คนที่ยืนมุงดูอยู่ข้างนอกต่างพากันคึกคักขึ้นมา
“ที่เจียงมั่วมั่วพูดก็มีเหตุผลนะ นางจะไปช่วยเจ้าซักเสื้อผ้าทำไม เจียงอ้ายเหลียน หรือว่าเจ้าเป็นคนซักกางเกงแม่ตัวเองพัง แล้วโยนความผิดให้น้องลูกพี่ลูกน้อง?”
“จริงด้วย ต่อให้ว่างจนเบื่อ คนปกติก็ไม่แย่งกันไปซักกางเกงเหม็น ๆ ของป้าสะใภ้ใหญ่หรอก”
“บางที…เจียงมั่วมั่วอาจจะชอบซักกางเกงในก็ได้ ฮ่า ๆ ๆ!”
เรื่องมันเหลวไหลเกินไป ป้าคนหนึ่งพูดจบก็กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ หัวเราะลั่นออกมาก่อนใคร
คนรอบข้างพลอยหัวเราะตาม สายตาที่มองเจียงอ้ายเหลียนก็เปลี่ยนไป
ทันใดนั้น…โครม! ปัง!
เสียงดังสนั่นสองครั้ง
ครั้งแรกคือเสียงหัวเจียงอ้ายเหลียนกระแทกโต๊ะ ส่วนครั้งที่สองคือเสียงโต๊ะสี่เหลี่ยมแตกเป็นเสี่ยง ๆ
“อ๊า…”
เจียงอ้ายเหลียนกรีดร้องราวกับหมูถูกเชือด ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของคนอื่น
ซี๊ด…!
คนที่มุงดูต่างสูดปากด้วยความหวาดเสียว แค่เห็นหัวกระแทกครั้งเดียว พวกเขาก็รู้สึกเจ็บแทนเจียงอ้ายเหลียนแล้ว
หน้าผากชนหน้าผาก เจียงมั่วมั่วปัดมืออย่างพอใจแล้วถอยออกมา
เอาละ ความแค้นที่นางมีกับเจียงอ้ายเหลียนคงทำได้แค่นี้ไปก่อน
อย่างไรเสีย การฆ่าคนก็ผิดกฎหมาย แถมยังเกิดขึ้นต่อหน้าผู้คนมากมาย
“……”
บรรยากาศเงียบกริบไปชั่วขณะ ก่อนจะมีเสียงร้องโวยวายดังขึ้น “อ๊า…ฆ่าคนแล้ว…”
“เจียงมั่วมั่วฆ่าคนแล้ว!”
“อย่าเพิ่งร้อง นางอาจจะยังไม่ตายก็ได้”
“เป็นไปได้ยังไง ฟาดแรงขนาดนั้น โต๊ะยังแตกเป็นเสี่ยง ๆ นางต้องตายแน่!”
“ผู้ใหญ่บ้านอยู่ไหน มีใครไปตามผู้ใหญ่บ้านหรือยัง?”
“ไม่ใช่สิ ควรให้คนไปดูเจียงอ้ายเหลียนก่อนว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง”
“……”
ต่างจากคนที่มุงดู แม่ของเจียงอ้ายเหลียน นางจาง ตั้งสติได้ก่อน นางด่าทอพลางกรีดร้องแล้วพุ่งเข้าใส่เจียงมั่วมั่ว “อ๊า นังเด็กสารเลว…”
ผัวะ!
นางถูกเตะกระเด็น
ฉีอิ๋งอิง แม่ของร่างเดิมชักขากลับ พลางจ้องนางด้วยแววตาเย็นเยียบ
“นางจาง เจียงอ้ายเหลียนใส่ร้ายว่ามั่วเอ๋อร์บ้านข้าซักกางเกงเหม็น ๆ ของเจ้าเสียหาย แต่เจ้าไม่ถามไถ่ให้รู้เรื่องก็เอาแต่ด่านาง แถมยังทำท่าจะตีอีก จนลูกสาวข้าตกใจวิ่งหนีออกไปและสะดุดธรณีประตู หัวกระแทกจนเป็นแผล ส่วนตอนนี้ลูกสาวข้าก็แค่ทำให้นางมีแผลแบบเดียวกันเท่านั้น”
“นางวิ่งออกไปสะดุดล้มเอง แล้วเกี่ยวอะไรกับพวกเรา?” นางจางลุกขึ้น ชี้ไปทางเจียงอ้ายเหลียนที่นอนอยู่กับพื้นแล้วตะโกนจนเสียงแหบ “ตอนนี้ลูกสาวบ้านเจ้าไม่เป็นไร แต่ลูกเหลียนบ้านข้าตายแล้ว!”
ฉีอิ๋งอิงกล่าวว่า “ถ้านางไม่คิดร้ายกับคนอื่น เรื่องจะวุ่นวายขนาดนี้หรือ ตายไปก็สมควรแล้ว!”
เจียงมั่วมั่วหัวเราะหึแล้วพูดว่า “ถ้าเจียงอ้ายเหลียนตายจริง ข้าจะไปมอบตัวที่ว่าการเอง”
บังเอิญเหลือเกิน พอพูดจบ เจียงอ้ายเหลียนที่นอนอยู่บนพื้นก็ส่งเสียงครางเบา ๆ แล้วฟื้นขึ้นมา
เมื่อเห็นดังนั้น เจียงมั่วมั่วก็เบ้ปากนิด ๆ
อีกฝ่ายเป็นนางเอกที่ย้อนกลับมาเกิดใหม่ ส่วนเมื่อครู่เธอก็แค่ชิงลงมือแทนแม่ของร่างเดิม… อืม ทำให้เจียงอ้ายเหลียนย้อนกลับมาเกิดใหม่เร็วขึ้นครึ่งชั่วยามเท่านั้นเอง
“ลูกเหลียน เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” พอเห็นเจียงอ้ายเหลียนลุกขึ้นนั่ง นางจางก็ถามเสียงหลง
เจียงอ้ายเหลียนมองนาง ขมวดคิ้วแล้วส่ายหน้า
สายตาฉงนกวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่เจียงมั่วมั่ว
สบตากันพอดี!
เจียงมั่วมั่วยิ้มกว้างขึ้นมาทันที
เจียงอ้ายเหลียนชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด แล้วรีบเบือนหน้าหนี
“หึ!”
ฉีอิ๋งอิงหัวเราะเยาะ “พี่สะใภ้ใหญ่ ฟังจากที่ถามแล้ว ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าท่านผิดหวังที่ลูกเหลียนบ้านท่านยังไม่ตายล่ะ?”
เวลานี้เอง มีคนตะโกนมาจากข้างนอก “ผู้ใหญ่บ้านมาแล้ว!”
คนที่มุงดูพากันหลีกทางให้อย่างรู้หน้าที่…
“เกิดเรื่องอะไรกันถึงได้วุ่นวายขนาดนี้ แถมยังมีเลือดอีก! บ้านสกุลเจียงคิดจะก่อเรื่องจนฟ้าถล่มหรือไร?” ผู้ใหญ่บ้านเพิ่งก้าวเข้าลาน สีหน้าก็มืดครึ้มแล้วเอ่ยถามเสียงเข้ม
ในกลุ่มคนมุงดู มีคนปากไวรีบตะโกนเล่าเสียงดังเป็นชุด
“ผู้ใหญ่บ้าน เจียงอ้ายเหลียนซักกางเกงของแม่ตัวเองพัง พอกลับมาก็บอกว่าเจียงมั่วมั่วช่วยซักเสื้อผ้าให้ แล้วจงใจซักจนขาด
นางจางเลยด่าเจียงมั่วมั่ว แถมยังทำท่าจะตีด้วย
เจียงมั่วมั่วตกใจเลยคิดจะวิ่งหนีออกไป แต่ดันสะดุดธรณีประตู ล้มหัวฟาดจนสลบไป
จากนั้นบ้านใหญ่กับบ้านสามของสกุลเจียงก็ทะเลาะกัน
ระหว่างที่กำลังทะเลาะกัน พ่อของเจียงมั่วมั่วจับเจียงอ้ายเหลียนไว้ เตรียมจะตี นางก็ฟื้นขึ้นมา แล้วเข้าไปคว้าหัวเจียงอ้ายเหลียนฟาดลงไปเลย
ดูสิ ข้าง ๆ นั่นไง โต๊ะที่ถูกฟาดจนพัง
จะว่าไป คนบ้านสกุลเจียงนี่หัวแข็งกันจริง ๆ
คนหนึ่งหัวกระแทกพื้น อีกคนฟาดโต๊ะจนพัง แต่ทั้งคู่ก็แค่หัวแตก เลือดไหลเต็มหน้าผาก สลบไปแป๊บเดียวก็ฟื้นขึ้นมาเอง”
เอ่อ…”,
