“จู่ ๆ ก็ใส่ทรัพยากรเข้าไปมากขนาดนี้ แถมประสิทธิภาพการวิวัฒน์ยังเพิ่มขึ้นสิบเท่า ห่วงโซ่อาหารเลยเสียสมดุลไปบ้าง หากเผ่าพัฒนาต่อไปแบบนี้ สัตว์กินพืชเป็นแสนตัวก็คงไม่พอให้พวกเขากิน ความถี่ของนาฬิกาปลุกต้องเพิ่มขึ้นอีกหน่อย และยังต้องเตรียมพร้อมใส่เสบียงเข้าไปได้ทุกเมื่อ” หยางฝานครุ่นคิดในใจ
จากนั้นหยางฝานก็ซื้อเมล็ดหญ้าจำนวนมากจากร้านค้า เช่น หญ้าดอกม้าพั่ง หญ้ากลิ่นดิน และเถาวัลย์เขียว
พืชสีเขียวเหล่านี้ใช้เวลาเพียงปีเดียวก็ปกคลุมทั่วทั้งอาณาจักรเทพ
ทศวรรษที่เจ็ด ผู้อาวุโสในเผ่าพบว่าประชากรมีมากเกินไป ทุกคนอยู่รวมกันจนสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อทรัพยากรโดยรอบ อีกทั้งของเสียก็จัดการไม่ทัน รอบบริเวณจึงเหม็นคลุ้ง ทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย
เผ่าจึงจัดประชุมใหญ่ เตรียมแยกตั้งเผ่าใหม่เพื่อกระจายประชากร
หลังหารือกัน ในที่สุดก็ตกลงเปิดเผ่าสาขาอีกสี่แห่ง โดยแต่ละแห่งอยู่ห่างจากเผ่าหลักราว 500 กิโลเมตร
ส่วนใครจะถูกส่งออกไปนั้น จะจัดลำดับตามความแข็งแกร่งอย่างเคร่งครัด มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่คู่ควรจะอาศัยอยู่ในเผ่าหลัก
หัวหน้าเผ่าออกคำสั่งว่า หากลูกหลานในเผ่าสาขามีเด็กที่พรสวรรค์สูง ครอบครัวสามคนก็สามารถย้ายกลับมาอยู่เผ่าหลักได้
หยางฝานไม่ได้เข้าไปแทรกแซงการพัฒนาในอาณาจักรเทพโดยตรง หลังจากพวกเขาได้ข้อสรุปแล้ว เขาก็ซื้อความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการสร้างถนนและสะพานจากร้านค้า แล้วนำเข้าไปในอาณาจักรเทพอีกครั้ง เพื่อช่วยให้ผู้ศรัทธาไม่ต้องลองผิดลองถูกมากนัก
ทศวรรษที่แปด ณ เวลานี้ ประชากรผู้ศรัทธามีมากถึงหนึ่งแสนคน เผ่าใหม่ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างอย่างสมบูรณ์
