ทุกวันนี้ ภายใต้การเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของหลี่ซูหาว พวกนักเรียนชายห้องเจ็ดชั้นมัธยมปลายปีสามก็เริ่มจับกลุ่มกันเป็นวงเล็ก ๆ นอกจากแลกเปลี่ยนข้อมูลแล้ว ยังซื้อขายทรัพยากรกันเป็นการส่วนตัวด้วย
หลบเลี่ยงภาษีอย่างถูกกฎหมายไม่ใช่เรื่องน่าอาย อย่างไรเสียรัฐบาลคงไม่ถึงกับเก็บภาษีจากการโอนเงินระหว่างเพื่อนหรอก
“จริง ๆ นายซื้อไท่ซุ่ยโตเต็มวัยสักตัวก็ได้นะ” หลี่ซูหาวเตือน
“ไท่ซุ่ยเหรอ? เจ้าตัวนั้นต้องใช้แต้มศรัทธาตั้ง 2 ล้านเลยนะ” หวังเจิ้นอวี่ร้องเสียงหลง
“ไท่ซุ่ยตัวเดียวก็พอให้นายพัฒนาได้อีกนาน แถมกินเนื้อไท่ซุ่ยเป็นประจำยังช่วยเพิ่มพรสวรรค์ได้ช้า ๆ ด้วย คุ้มค่ากว่าสระสุราป่าเนื้อมาก”
“ในเมื่อพี่หาวพูดแบบนี้ เดี๋ยวฉันกลับไปขอเงินจากพ่อเพิ่มดู เนื้อไม่พอกินจำกัดการพัฒนาอาณาจักรเทพของฉันอย่างหนักเลย” หวังเจิ้นอวี่ตบมือ ตัดสินใจเด็ดขาด
จางพั่งเห็นดังนั้นก็เริ่มเสนอขายบ้าง “ช่วงนี้พ่อฉันได้ข้าววิญญาณมา 10 ตัน ราคาถูกกว่าร้านค้าแน่นอน ถ้าใครสนใจก็ติดต่อฉันมาได้เลย”
“ฉันเลี้ยงอสูรปลาไว้ไม่น้อย ขายทั้งหมดในราคา 95 เปอร์เซ็นต์ของราคาตลาด ใครสนใจมาคุยกันได้”
“ฉันมีเห็ดหลินจือเนื้อ...”
……
ช่วงนี้ทุกคนสนิทสนมกันขึ้นมาก อีกทั้งการซื้อขายกันเองก็เป็นเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ จึงพูดคุยกันได้อย่างเต็มที่
หวังเจิ้นอวี่หันไปมองหยางฝาน “เหล่าหยาง นายยังมีงูสมบัติโพธิขายอีกไหม?”
“ฉันขายงูสมบัติโพธิโตเต็มวัยให้นายอีก 20,000 ตัว คิดราคา 95,000 เครดิต” หยางฝานตอบตรง ๆ
